nu oxy สารออริซานอล เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ธรรมชาติ

nu oxy สารออริซานอล เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อปกป้องเมล็ดพืชเอง เราพบสารแกมมาออริซานอลได้ในเมล็ดพืชทั่วไปแต่พบว่ามีปริมาณมากที่สุดในเมล็ดข้าว หรือที่เป็นที่รู้จักกันคือน้ำมันรำข้าวนั่นเอง สารแกมมา ออริซานอล เป็นส่วนประกอบของเสตอรอล (sterols) กับกรดเฟอรูลิคเอซิด (ferulic acid) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นที่สันนิษฐานกันว่าสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เนื่องจากสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันการทำลายหลอดเลือดหัวใจจากอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เกิดจากอนุมูลอิสระ เช่น โรคมะเร็ง และโรคอื่นๆ อีกด้วย ช่วยลดคลอเลสเตอรอล โดยการลดการดูดซึมคลอเลสเตอรอลในลำใส้ เพิ่มไขมันที่ดีคือ ไตรกลีเซอไรด์ และ HDL จึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจอีกทางหนึ่ง nu oxy.

nu oxy

nu oxy นอกจากนี้ยังมีการศึกษาถึงการ ช่วยรักษาอาการของสตรีในวัยหมดประจำเดือน ช่วยให้การทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมน้ำย่อยทำงานได้เป็นปรกติขึ้นในสตรีวัยหมดประจำเดือน ได้มีการสกัดเอาแต่เฉพาะสารแกมมา นู อ๊อกซี่ ออริซานอลมาใช้ในทางการรักษาโรคบางชนิดมาตั้งนานแล้ว เช่นในประเทศญี่ปุ่นได้สกัดเอาสารแกมมา ออริซานอลมาใช้ในการรักษาตั้งแต่ ปี 1962 เริ่มใช้รักษาในกรณีคนไข้ที่มีความวิตกกังวล และต่อมาก็มีการใช้สำหรับสตรีในวัยหมดประจำเดือน และในปี 1980 ก็ค้นพบคุณสมบัติในการช่วยลดปริมาณคลอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ และใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีคลอเลสเตอรอลสูง แต่อย่างไรก็ดีการรับประทานเป็นยานั้นต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษกว่าในกรณีรับประทานจากอาหาร เนื่องด้วยอาจได้รับตัวยาในปริมาณสูงเกินไป อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์ ดังนั้นจึงแนะนำให้ทานในรูปของอาหารจะปลอดภัยกว่า nu oxy

ปัจจุบันอาหารที่มีการตรวจวิเคราะห์สารแกมมา ออริซานอล และ ระบุปริมาณไว้บนฉลากบรรจุภัณฑ์ ให้ผู้บริโภคได้ตัดสินใจเลือกได้ ยกตัวอย่างเช่น กะทิธัญพืชฟอร์แคร์ (ระบุไว้ที่ 3.2 mgต่อกล่อง 200 ml) และ เครื่องดื่มน้ำจมูกข้าวบาลานซ์ (9.8 mg ต่อขวด (280 ml) และน้ำมันรำข้าวคิง (ระบุไว้ที่ 5000 ppm ต่อขวด 1 ลิตร) ซึ่งสามารถเลือกที่จะทานในรูปแบบของอาหารกันได้

ท่ามกลางข้อมูลที่ยังไม่ชัดเจนถึงประโยชน์ของการได้รับแอนติออกซิแดนท์ในรูปอาหารเสริมหรือวิตามิน ดังนั้นแหล่งทรัพยากรที่ดีที่สุดของแอนติออกซิแดนท์ก็เห็นจะเป็นแต่อาหารที่เราเลือกรับประทาน สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐเองก็มีจุดยืนที่ยังไม่พร้อมแนะนำให้ทานแอนติออกซิแดนท์ในรูปอาหารเสริมหรือวิตามินเพื่อหวังผลในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ แต่แนะนำให้ทานแอนติออกซิแดนท์จากอาหารที่มีแอนติออกซิแดนท์สูงแทนได้แก่อาหารประเภท พืช ผัก ผลไม้ เมล็ดธัญพืช ถั่วต่างๆ ที่อุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ แอนติออกซิแดนท์ nu oxy และ ใยอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังแนะนำให้กินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ และคลอเลสเตอรอลในปริมาณต่ำ

หลังจากเมื่อไม่นานมานี้ ที่ได้มีการค้นพบว่าชาเขียวสามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็งตับอ่อนได้ ตอนนี้มหาวิทยาลัย Penn State University ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับโรคมะเร็งในช่องปากและค้นพบว่า สารต้านอนุมูลอิสระในชาเขียว Epigallocatechin-3-gallate (EGCG) มีคุณสมบัติช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งในช่องปากได้ โดยการไปทำลาย Mitochondria หรือแหล่งพลังงานของเซลล์มะเร็งนั่นเอง

ในปัจจุบันมีการกำจัดเซลล์มะเร็งด้วยเคมีบำบัด ซึ่งมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง แต่การทำเคมีบำบัดหรือการทำคีโมนั้น จะส่งผลข้างเคียงต่อเส้นผม อวัยวะภายใน และระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดอาการผมร่วงบ่อยและเกิดอาการเจ็บป่วยได้ง่าย การใช้ชาเขียวในการบำบัดโรคจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่แพทย์จะใช้รักษาผู้ป่วยในอนาคต

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ EGCG นั้นถูกพบว่าสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ ในเดือนพฤษภาคมของปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์จาก Los Angeles Biomedical Research Institute (LA BioMed) ค้นพบว่า EGCG มีประสิทธิภาพในการป้องกันและชะลอการเจริญเติบโตของ LDHA หนึ่งในเอนไซม์ที่สำคัญของเซลล์มะเร็งตับอ่อน

สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งหรือผู้ที่สูบบุหรี่จัดๆ แนะนำให้ซื้อชาเขียวมาชงกินเอง เพราะน้ำชาเขียวสำเร็จรูปที่ขายอยู่ทั่วไปในท้องตลาดนั้น ปรุงแต่งกลิ่นและมีน้ำตาลผสมอยู่เป็นจำนวนมาก แทนที่ท่านจะหายจากโรคมะเร็ง ท่านอาจเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นอีกก็เป็นได้ nu oxy.