bioastin คณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ข้อมูลว่า

bioastin คณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ข้อมูลว่าสาหร่ายเกลียวทองเป็นสาหร่ายที่มีโปรตีนสูง ถึง 60-70% เมื่อเปรียบเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ เช่น ถั่วเหลือง ซึ่งให้โปรตีนเพียง 37% และยังพบว่าโปรตีนของสาหร่ายเกลียวทองมีปริมาณสูงกว่าเนื้อสัตว์ นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยกรดแกมม่าไลโนเลนิก(GLA) ซึ่งกรดนี้มีคุณสมบัติช่วยลดไขมันในเลือด ลดความดันโลหิต บรรเทาอาการข้ออักเสบ ปวดประจำเดือน และสิวฝ้า, วิตามิน B12 ซึ่งถ้าขาดวิตามินนี้ก็จะทำให้เกิดโรคโลหิตจางได้ , วิตามินA ซึ่งอยู่ในรูปเบตาแคโรทีน มีบทบาทในการลดอนุมูลอิสระ ดังนั้นจึงนำมาใช้เป็นสารต้านมะเร็งชนิดต่างๆ และสาหร่ายนี้ยังเป็นแหล่งที่มีวิตามินE, วิตามินC ,วิตามิน B1, B12 และไนอาซีนสูง นอกจากวิตามินต่างๆแล้วยังมีเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายอีกมากมาย เช่น ธาตุเหล็ก สังกะสี แมงกานีส ทองแดง เซเลเนียม แคลเซียม และยังประกอบด้วยสีเขียวของคลอโรฟิลล์อีกด้วย
ที่ประเทศญี่ปุ่นมีการศึกษาสไปรูลิน่าในด้านเป็นอาหารเสริมวันละ 6-10 กรัม (12-20 เม็ด หรือแคปซูล) ในปริมาณเช่นเดียวกันนี้ นักกีฬาและนักวิ่ง ฯลฯ ก็จะสามารถเพิ่มพูนกำลังได้เช่นเดียวกัน และสิ่งที่น่าทึ่งอย่างหนึ่งก็คือมีนักปราชญ์ชาวญี่ปุ่นชื่อโทรุ มัทซุอิ สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่รับประทานอาหารอื่นใดเลยนอกจากสาหร่ายเกลียวทอง และสาหร่ายอื่นบ้างเป็นเวลา 15 ปี โดยไม่ปรากฏผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด เราอาจจะพบสาหร่ายสไปรูลิน่าในรูปของเม็ด แคปซูล หรือเป็นผง เราสามารถรับประทานเป็นอาหารเสริมได้หลายรูปแบบ การบริโภคสไปรูลิน่าจะได้ผลเร็วหรือช้านั้นขึ้นอยู่กับ อายุ ความเครียด นิสัยการบริโภค ปริมาณสารเคมีหรือสารตกค้างในร่างกาย ความรุนแรงของโรค การบริโภคสาหร่ายในปริมาณที่เพียงพออย่างต่อเนื่อง ปริมาณการออกกำลังกายและการพักผ่อน โดยทั่วไป 3 วันแรก จะได้ปฎิกิริยาตอบรับ ร่างกายจะมีการปรับตัวมีการตอบรับที่ดีขึ้น ปัญหาสุขภาพที่มีอยู่จะค่อย ๆ ดีขึ้น ในเดือนที่ 3-5 ก็จะฟื้นฟูจนปกติ ยกเว้นผู้ที่ร่างกายทรุดโทรมมากจนเซลล์ที่ประกอบเป็นอวัยวะเสียไปหมดแล้วก็ จะไม่สามารถฟื้นฟูได้ bioastin.

bioastin

bioastin สารต้านอนุมูลอิสระ อันทรงประสิทธิภาพ สกัดจากสาหร่ายสีแดง “ฮีมาโตคอกคัส พลูเวลิส” ที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศสวีเดน สาหร่ายสีแดงนี้ สร้างสาร “แอสตาแซนธิน” ซึ่งเป็นสารมีสีแดง จัดอยู่กลุ่มแคโรทีเนอยด์ มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อปกป้องตัวเอง จากการถูกน้ำทะเลชะล้าง และแสงแดดแผดเผา สามารถพบในปลาแซลมอน กุ้ง นกบางชนิด แต่พบในปริมาณที่น้อยมาก (แซลมอน 200 กรัม ให้แอสตาแซนธิน ได้เพียง 1 มก.เท่านั้น) แอสตาแซนธิน จึงพบในสาหร่ายสีแดงมากที่สุด

สาหร่ายแดง ( แอสตาแซนธิน ) @ บิวเบอร์รี่ การสกัดสารต้านอนุมูลอิสระ อันทรงประสิทธิภาพ bioastin

สาหร่ายแดง
มาตรฐานอันดับ 1 ของยุโรป

ผลิตภายใต้มาตรฐานการผลิตชั้นสูง เพื่อให้ได้มาซึ่ง แอสตาแซนธิน (สารต้านอนุมูลอิสระ) ชนิดเข้มข้นและบริสุทธิ์

นักวิทยาศาสตรของออริเฟลม ได้ค้นพบว่า มีสาหร่ายสีแดง สายพันธุ์ Haematococcus Pluvialis ที่อุดมไปด้วยแอสตาแซนธิน และสามารถเจริญเติบโตได้ในห้องทดลอง ใช้เวลากว่า 10 วัน ในการเพาะเลี้ยงสาหร่ายสีแดง เพื่อให้ได้มาซึ่งสารสกัดแอสตาแซนธิน
กระบวนการ คือ นำเอาสาหร่ายที่โตเต็มที่ มาอยู่ในสภาวะกดดัน เช่น การอบรังสียูวี เพื่อให้เกิดการสังเคราะห์ สารแอสตาแซนธินในสาหร่าย หลังจากนั้นจะเกิดเป็นสาหร่ายสีแดง ที่อุดมไปด้วยสารแอสตาแซนธินขึ้น นำมาทำให้แห้ง และบดละเอียดให้เป็นผง แล้วนำมาบรรจุในแคปซูล เป็น สวีดิช บิวตี้ คอมเพล็กซ์ สารต้านอนุมูลอิสระ อันทรงประสิทธิภาพ

แอสตาแซนธินเป็นสารที่ละลายไขมัน(Lipid) และสามารถผ่านเข้าไปในทุกอวัยวะในร่างกายได้ อาทิเช่น ตา สมอง ระบบหัวใจและหลอดเลือด ผิวหนังจึงช่วยลดอาการอักเสบและกำจัดอนุมูลอิสระได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง
สุขภาพดวงตา     สุขภาพสมอง     ระบบหัวใจและหลอดเลือด
แอสตาแซนธิน แตกต่างจากเบต้าแคโรทีนตัวอื่นและวิตามินอี ตรงที่มีออกซิเจนโมเลกุลสองตำแหน่ง จึงเพิ่มความสามารถไม่เพียงแค่ดักจับอนุมูลอิสระ แต่ยังหยุดการทำลายปฏิกิริยาลูกโซ่อนุมูลอิสระอันจะนำไปสู่การเกิดโรคต่างๆขึ้น เนื่องจากสูตรโครงสร้างทางเคมีที่โดดเด่นนี้เอง แอนตาแซนตินจึงได้รับการยกสถานะขึ้นเป็น แคโรทีนอยด์อีกชนิดหนึ่ง ในนามของ แซนโทฟิลส์ ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่า

ปกป้องเซลล์ในร่างกาย ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ  โรคเบาหวาน เป็น สภาวะความผิดปกติที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง มีสาเหตุมากจาก การทำงานผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน (สร้างจากตับอ่อน) ซึ่งมีหน้าที่ในการเก็บน้ำตาล กลับไปไว้ที่ตับและกล้ามเนื้อ ส่งผลให้มีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงตามมา
มีผลการศึกษาพบว่า อนุมูลอิสระที่เหนี่ยวนำ bioastin มาจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงนั้น เป็นส่วนหนึ่ง ในการส่งผลให้มีการดำเนินของโรค และอาการแทรกซ้อน จากโรคเบาหวานขึ้น ได้แก่ ตาบอด ไตวาย ถูกตัดแขนหรือขา

ฟื้นฟูสภาพผิวแอสตาแซนธิน มีความสำคัญในการ ช่วยคงความสดใส และดูมีสุขภาพดีของผิวหนัง อาหารที่ไร้ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินและแร่ธาตุ รวมถึง มลภาวะ การสูบบุหรี่ และรังสียูวี ส่งผลให้ผิวหนังของเราหม่นหมอง และไร้ชีวิตชีวา แอสตาแซนธิน ปกป้องผิวหนัง จากการเข้าทำร้ายของอนุมูลอิสระ ยิ่งไปกว่านั้น ยังช่วยฟื้นฟูสภาพผิว หลังจากการโดนแสงแดด และ รังสียูวีเอ ยูวีบีแผดเผาอีกด้วย พบว่า รังสียูวี และมลพิษทางอากาศ จะดึงเอาสารอาหารที่จำเป็น ต่อการใช้เป็นเกราะกำบังของผิวหนัง ผลที่ตามมาคือ ผิวหนังจะเริ่มแห้ง และไร้สุขภาพดูหมองคล้ำ แอสตาแซนธิน จะออกฤทธิ์ช่วยให้ผิวหนังที่แห้งคล้ำ กลับมีความชุ่มชื้น เพิ่มน้ำและความยืดหยุ่น มอบน้ำมันธรรมชาติแก่ผิว และช่วยให้เกิดความสมดุลของเกราะกำบังผิว

ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อดวงตาแอสตาแซนธิน ลดความเมื่อยล้าของดวงตา และช่วยปรับโฟกัสของดวงตาได้อย่างไร? แอสตาแซนธิน ต่อต้านการทำลายของอนุมูลอิสระ เนื่องจาก มีคุณสมบัติละลายในไขมัน จึงสามารถซึมผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เยื่อหุ้มเซลล์สองชั้นที่กล้ามเนื้อตา แอสตาแซนธิน ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ที่เส้นเลือดฝอยที่มาเลี้ยงจอตา กล่าวคือ เลือดจึงสามารถมาหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อ ที่ทำหน้าที่ปรับย่อขยายเลนส์ตาได้ดีขึ้น

ชะลอความชรา ลดรอยเหี่ยวย่นกลไกการทำงานของ แอสตาแซนธิน พิสูจน์แล้วว่า ช่วยป้องกันเซลล์ จากการเกิดการแก่ก่อนวัย และการถูกทำลาย ดังนั้น ผลประโยชน์ที่ทราบในปัจจุบัน ได้แก่ บำรุงสุขภาพผิว เพิ่มความแข็งแรง ของการทำงานของกล้ามเนื้อ และ เพิ่มความทนทาน ช่วยลดอาการของภาวะธาตุพิการ (อาหารไม่ย่อย) ช่วยในการมองเห็น bioastin.