ยาสีฟันสมุนไพร ฟันเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อเรามากอย่างหนึ่ง หากฟันของเราเสีย

ยาสีฟันสมุนไพร ฟันเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อเรามากอย่างหนึ่ง หากฟันของเราเสีย ผุ หรือเป็นโรค นอกจากจะทำาให้เรามีบุคลิกที่ไม่ดี แล้วยังทำาให้ร่างกายไม่สมบูรณ์แข็งแรง และเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ การแปรงฟันอย่างถูกวิธีและเป็นประจำ จะช่วยรักษาฟันและเหงือกให้สะอาดและแข็งแรง แปรงสีฟันและยาสีฟันจึงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการทำาความสะอาดฟัน  ยาสีฟันที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้มีส่วนประกอบของสารเคมีสังเคราะห์เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสารทำความสะอาด สารกันบูด สารแต่งสี รสและกลิ่น รวมทั้งยาฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ตามความเป็นจริงมีสารธรรมชาติที่เราสามารถนำมาทำความสะอาดฟันได้อย่างสะอาดหมดจด อีกทั้งทำให้ฟันและเหงือกแข็งแรง นอกจากนั้นสมุนไพรหลายชนิดก็มีคุณสมบัติช่วยรักษาและป้องกันโรคฟันและโรคเหงือกได้เป็นอย่างดี รวมทั้งทำให้ปากสะอาด ลมหายใจสดชื่น ยาสีฟันสมุนไพร.
ยาสีฟันสมุนไพร
ยาสีฟันสมุนไพร ส่วนประกอบพื้นฐานของยาสีฟันแนวธรรมชาติ (Natural Toothpaste)
ยาสีฟันแนวธรรมชาติ (Natural toothpastes) โดยทั่วไปจะไม่ใช้สารขัดถูที่มีส่วนประกอบของอลูมินัม แต่จะใช้สารประกอบของแคลเซียม เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต รวมทั้งใช้เกลือแกง(Sodium Chloride) ผงฟูหรือโซเดียมไบคาร์บอเนต(Sodium bicarbonate) ปริมาณการใช้สารขัดถูในการผลิตยาสีฟันนั้น มีการใช้ตั้งแต่ 2-50 % โดยน้ำหนัก ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.45-2516) กำาหนดให้สารขัดถูในผลิตภัณฑ์ยาสีฟันที่ผลิตออกจำหน่าย ต้องมีปริมาณสารขัดถูไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 โดยน้ำหนัก

สารทำความสะอาด (Foaming Agents)
ยาสีฟันแนวธรรมชาติ จะใช้สบู่ธรรมชาติ (สบู่ที่ผลิตจากน้ำมันพืชและสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์) เป็นสารทำความสะอาด บดเป็นผงใช้เป็นส่วนผสมในยาสีฟัน ใช้ในปริมาณ 1-2 % โดยน้ำหนัก ยาสีฟันสมุนไพร

สารให้ความชุ่มชื้น (Humectant)
สารให้ความชุ่มชื้นนี้ใช้ในกรณีที่ผลิตยาสีฟันเหลวบรรจุหลอด ถ้าผลิตยาสีฟันผง ก็ไม่ต้องใช้สารให้ความชุ่มชื้นนี้ทำหน้าที่ดูดความชื้นเอาไว้ เพื่อไม่ให้ยาสีฟันแข็งตัว ยังคงความเหลวอยู่  ยาสีฟันแนวธรรมชาติจึงใช้กลีเซอรีนหรือซอร์บิทอลที่ได้จากพืช ในอัตราความเข้มข้น 15-30% ปริมาณที่ใช้ประมาณ 10-30% โดยน้ำหนัก

สารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (Antibacteria agents)
สารนี้ไม่ได้เป็นสารหลักในยาสีฟัน แต่เป็นสารที่ใส่เพิ่มเข้าไปในยาสีฟันเพื่อช่วยลดจำานวนแบคทีเรียในช่องปาก ยาสีฟันแนวธรรมชาติที่ใช้ผงฟู หรือโซเดียมไบคาร์บอเนตเป็นสารขัดถู ยาสีฟันสมุนไพร ก็จะได้สรรพคุณในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วย นอกจากนั้นสมุนไพรหลายชนิดทั้งในรูปของสมุนไพรแห้งบดเป็นผง และน้ำมันสกัดสมุนไพรก็มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และรักษาโรคในช่องปากได้ดี เช่น กานพลูอบเชย เทียนข้าวเปลือก เป็นต้น

สารปรุงแต่งกลิ่นและรส (Flavors)
สารปรุงแต่งกลิ่นและรสนี้เติมเข้าไป ก็เพื่อทำให้ยาสีฟันน่าใช้ยิ่งขึ้น ใช้แล้วรู้สึกปากสะอาดสดชื่นมากขึ้น รสที่นิยมใช้กันทั่วไปก็คือ เมนทอล เปเปอร์มินท์ สเปียร์มินท์ เป็นต้น ยาสีฟันแนวธรรมชาติจะใช้สารสกัดและน้ำมันสกัดจากสมุนไพร ซึ่งมีมากมายหลายชนิดที่สามารถนำมาเติมลงในยาสีฟัน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มกลิ่นและรสแล้ว สมุนไพรหลายตัวยังเพิ่มคุณสมบัติรักษาโรคในช่องปากได้อีกด้วย เช่น การบูร กานพลู ขิง อบเชย เทียนข้าวเปลือก เทียนสัตตะบุศย์ ผักชีฝรั่ง ผักชีลาว สะระแหน่ แมงลัก ลูกจันทร์เทศ ลูกกระวาน โป๊ยกั๊ก เป็นต้น

วันนี้ขอแนะนำสูตรยาสีฟันจากธรรมชาติ 1  สูตร ดังนี้

ยาสีฟันข่อยรสเปเปอร์มินท์
ส่วนผสม
1.ผงแคลเซียมคาร์บอเนต 3 ช้อน
2.ผงฟู 2 ช้อน
3. เกลือป่น 1 ช้อน
4. น้ำมันปเปอร์มินท์  10 หยด
5.ผงข่อย 1 ช้อน
วิธีทำ
1. ผสมผงแคลเซียมคาร์บอเนต ผงฟู และเกลือแกง คนให้เข้ากัน
2. ผสมผงข่อยเข้ากับส่วนผสมอื่นๆ
3. หยดน้ำมันเปเปอร์มินท์เข้ากับส่วนผสม คนให้เข้ากัน
4. บรรจุใส่กระปุกมีฝาปิด เก็บไว้ใช้แปรงฟัน ยาสีฟันสมุนไพร.

ครีมน้ำผึ้งป่า วันนี้เรามีสูตรพอกหน้ารักษาสิวให้สาวๆที่อยากหน้าใสมาฝากกันถึง 5 สูตรเลยคับ

ครีมน้ำผึ้งป่า วันนี้เรามีสูตรพอกหน้ารักษาสิวให้สาวๆที่อยากหน้าใสมาฝากกันถึง 5 สูตรเลยคับ เป็นสูตรพอกหน้าด้วยธรรมชาติ นั่นก็คือ “น้ำผึ้ง” นั่นเอง เพราะน้ำผึ้งมีสรรพคุณบำรุงผิวและรักษาสิวได้พร้อมกัน ไปลองทำตามกันได้เลยจ้า
สูตรที่ 1 : น้ำผึ้งแท้ 3 ช้อนโต๊ะ และ น้ำตาลทรายประมาณ 1 ถ้วย
วิธีใช้ : นำน้ำผึ้งและน้ำตาลทรายมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาสครับผิวหน้าขณะอาบน้ำให้ทั่ว ยกเว้นการสครับในตำแหน่งที่มีสิวนะคับ ไม่เช่นนั้น สิวจะยิ่งอักเสบมากขึ้นได้ สครับเพียง 1-2 นาทีเท่านั้นจากนั้นล้างหน้าให้สะอาดค่ับ
สูตรที่ 2 : น้ำผึ้งแท้ 1-2 ช้อนโต๊ะ
วิธีใช้ : เพียงนำน้ำผึ้งมาทาหน้าให้ทั่วแล้วนวดคลึงอย่างเบามือให้ทั่วใบหน้าคับ น้ำผึ้งจะช่วยดูดซับสิ่งสกปรกบนผิวให้หลุดออกอย่างอ่อนโยนและป้องกันสิวใหม่ไม่ให้เกิดขึ้นไปในตัว นอกจากนี้ ยังช่วยบำรุงผิวให้นวลนุ่มอ่อนเยาว์น่าสัมผัสมากยิ่งขึ้นอีกด้วย สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวันเป็นประจำเลยคับ แต่ควรหลีกเลี่ยงการนวดจุดที่เป็นสิวนะคับ ไม่เช่นนั้น ก็อาจเป็นการรบกวนสิวให้อักเสบบวมมากขึ้นนั่นเอง นวดเพียง 5-10 นาที จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นคับ ครีมน้ำผึ้งป่า.
ครีมน้ำผึ้งป่า
ครีมน้ำผึ้งป่า สูตรที่ 3 : อบเชย 1 ช้อนชาและน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีใช้ : ให้นำส่วนผสมทั้งสองอย่างมาผสมให้เข้ากันคับ จากนั้นนำมาพอกหน้าให้ทั่ว โดยพอกไว้ 1 ชั่วโมง จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น อบเชยเป็นสมุนไพรเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอมเหมาะสำหรับนำมาปรุงอาหารให้มีอรรถรสมากขึ้น หากขณะเดียวกัน มันกลับมีคุณสมบัติช่วยในการยับยั้งและต่อต้านการเกิดแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ดีเช่นกัน

สูตรที่ 4 : น้ำอุ่น 1/2 ถ้วย เกลือ 1/4 ช้อนชาและน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

วิธีใช้ : สำหรับสูตรนี้ทำด้วยกันถึง 2 ขั้นตอนคับ โดยขั้นตอนแรกนั้นให้นำน้ำอุ่นและเกลือมาผสมให้เข้ากันจากนั้นนำคอตตอลบัตมาจุ่มลงในน้ำเกลือแล้วทาสิวทิ้งไว้ 5-10 นาที มันจะมีปฏิกิริยาในการช่วยฆ่าเชื้อสิวและต่อต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรียพร้อมกัน จากนั้นล้างหน้าให้สะอาด ซับหน้าให้แห้งด้วยสำลีแล้วป้ายด้วยน้ำผึ้งทิ้งไว้อีกราว 10 นาที จึงล้างหน้าให้สะอาดคับ

สูตรที่ 5 : น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาว 1 ช้อนชา

วิธีใช้ : นำส่วนผสมทั้งสองอย่างมาผสมให้เข้ากันคับ จากนั้นนำมาพอกหน้าให้ทั่วแล้วทิ้งไว้ 15-20 นาที สูตรนี้เป็นสูตรนิยมและทำง่ายมากในบรรดาสาวๆ ที่รักผิว ซึ่งน้ำมะนาวจะช่วยฆ่าเชื้อสิว ผลัดเซลล์ผิวให้ขาวกระจ่างใส ส่วนน้ำผึ้งมีคุณสมบัติช่วยเติมความชุ่มชื้น ทำให้ผิวหน้าอ่อนเยาว์ขาวนวลและไร้ปัญหาสิวกวนใจได้อย่างแน่นอน ครีมน้ำผึ้งป่า

หากสาวๆ ทำตามสูตรเหล่านี้ขณะมีสิว รับรองคับว่าจะช่วยรักษาสิวได้อยู่หมัดและมันยังช่วยลดเลือนรอยสิวดำๆ ให้จางหายไปโดยเร็วอีกด้วย ไม่ลองทำไม่ได้แล้วนะจ๊ะ แต่ถ้าสาวๆที่ไม่มีเวลาว่างมาทำตามสูตรนี้ มีอีกตัวช่วยที่สามารถใช้แทนได้นั่นก็คือ “ครีมน้ำผึ้งป่า” เป็นครีมที่มีส่วนผสมจากน้ำผึ้งป่าจากธรรมชาติ 100% ซึ่งน้ำผึ้งป่ามีสรรพคุณดีกว่าน้ำผึ้งทั่วไปอีกด้วย

ครีมน้ำผึ้งป่า เป็นครีมที่สามารถรักษาสิวและลดเลือนริ้วรอย สรรพคุณอัดเต็มภายในกระปุกเดียว ทดสอบแล้วจากผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้ สนใจสอบถามได้เลยคับ

หลายคนคงเคยสงสัยว่า “น้ำผึ้งป่า” กับ “น้ำผึ้งเลี้ยง” แตกต่างกันอย่างไร? น้ำผึ้งแบบไหนดีกว่ากัน? บางคนบอกว่าน้ำผึ้งป่าสิดี หวาน หอมกว่าน้ำผึ้งเลี้ยงเยอะ แถมยังเป็นน้ำผึ้งแท้ 100% อีกด้วย จริงหรือเปล่านะ?

น้ำผึ้งป่าไม่ได้ดีกว่าน้ำผึ้งเลี้ยง
เคยมีนักวิทยาศาสตร์นำน้ำผึ้งที่ได้จากป่ากับน้ำผึ้งที่ได้จากการเลี้ยงมาตรวจสอบหาความแตกต่าง ผลปรากฏว่าน้ำผึ้ง 2 แบบนี้มีองค์ประกอบที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ยังคงมีสารอาหาร ครีมน้ำผึ้งป่า วิตามิน แร่ธาตุที่เหมือนกัน แต่อาจแตกต่างกันตรงที่ความชื้นที่อยู่ในน้ำผึ้งซึ่งพบว่าน้ำผึ้งป่ามักมีความชื้นมากกว่าน้ำผึ้งเลี้ยง ยิ่งถ้าเก็บหลังฝนตกน้ำผึ้งป่าจะยิ่งมีความชื้นสูง น้ำผึ้งจะเหลวไม่ข้นหนืดอย่างที่ควรจะเป็น

ข้อดีของน้ำผึ้งป่า

เป็นน้ำผึ้งแท้ 100% ไม่ต้องกลัวการเจือปน

ข้อเสียของน้ำผึ้งป่า

คุมความชื้นยาก
เลือกกลิ่นน้ำผึ้งไม่ได้เพราะผึ้งต้องหากินตามมีตามเกิด
หายาก

ข้อดีของน้ำผึ้งเลี้ยง

เลือกกลิ่นหอมของน้ำผึ้งได้ เช่น ถ้าอยากได้กลิ่นลำไยก็ไปตั้งรังไว้ที่สวนลำไย อยากได้กลิ่นทานตะวันก็ไปตั้งที่สวนทานตะวัน
ควบคุมความชื้นได้ง่ายกว่าน้ำผึ้งป่า
หาซื้อง่าย

ข้อเสีย

มักมีการเจือปนกับส่วนผสมอื่นๆ เช่น ใส่แบะแซ น้ำเชื่อ หรือคาราเมล เพื่อประหยัดต้นทุน

สรุปแล้ว น้ำผึ้งป่ากับน้ำผึ้งเลี้ยงไม่แตกต่างกันมาก จะกินหรือใช้แบบไหนก็ได้ทั้งนั้น แต่ถ้าเอาความสะดวกน้ำผึ้งเลี้ยงสะดวกกว่ามาก มีขายทุกภาค ทุกจังหวัด ทุกตำบล หาซื้อง่ายกว่าน้ำผึ้งป่า อีกทั้งราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิดค่ะ ครีมน้ำผึ้งป่า.

รกแกะ vip ประโยชน์ของรกแกะ PLACENTA รกแกะเป็นโปรตีนเข้มข้นที่สกัดจากรกแกะ

รกแกะ vip ประโยชน์ของรกแกะ PLACENTA รกแกะเป็นโปรตีนเข้มข้นที่สกัดจากรกแกะ เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ก้าวหน้าด้วยกรรมวิธีที่ละเอียดอ่อน เพื่อสุขลักษณะของขั้นตอนการผลิตและรักษาคุณค่าของโปรตีน โปรตีนเป็นองค์ประกอบสำคัญ ในการสร้างเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเพื่อการเจริญเติบโต และซ่อมแซมฟื้นฟูสภาพเซลล์ที่อ่อนล้า ทั้งนี้โปรตีนเข้มข้นสกัดจากรกแกะที่นำมาใช้ในการผลิตจะต้องเป็นโปรตีน บริสุทธิ์ 100% โปรตีนสกัดจากรกแกะมีคุณสมบัติ เด่น ที่เหมาะสมสำหรับการใช้บำรุงผิวพรรณ ได้แก่ ความสอดคล้องทางด้านชีวภาพกับเซลล์ร่างกายคนโดยทั่วไป ประกอบกับคุณลักษณะ ที่สามารถรวมตัวเข้าเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ ส่งผลให้ซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างรวดเร็วและล้ำลึก หลักธรรมชาติถือ ว่าโปรตีนจากรกที่ให้สารอาหารเพื่อการสร้างและเลี้ยงเซลล์ชีวิตใหม่ให้เติบ โต มีคุณประโยชน์นานาประการต่อผิวพรรณด้วยคุณสมบัติของสารอาหาร กรดอะมิโน และ ภูมิต้านทานตามธรรมชาติ รกแกะ vip.
รกแกะ vip
รกแกะ vip นอกจากนี้ เซลล์ชีวิตใหม่ที่เกิดขึ้นนั้นยังปราศจากสารที่ร่างกายต่อต้าน (สารพิษ แบคทีเรีย เซลล์โลหิต) ดังนั้นโปรตีนจากรกจึงกลมกลืนเข้ากับร่างกายคนทั่วไปได้ และอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว โปรตีนสกัดจากรกแกะได้ผ่านการค้นคว้า ทดลอง และบันทึก เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องของคุณประโยชน์เด่นล้ำนานาประการที่ เติมเต็มคุณภาพของผิวพรรณ ตั้งแต่กระตุ้นการสร้างและผลัดเซลล์ ให้ความชุ่มชื้นและนุ่มนวล ดูแลลึกถึงส่วนของผิวที่ขาดน้ำเพื่อฟื้นฟูสภาพผิวให้คงความยืดหยุ่นตาม ธรรมชาติ ทำให้ผิวพรรณกระชับและเรียบเนียนสดใสอ่อนวัยผลิตภัณฑ์รกแกะ สามารถซึมซาบลึกถึงรูขุมขนได้รวดเร็วและดีเยี่ยม จึงช่วยเพิ่มความนุ่มนวล สดใสสู่ผิวรวมทั้งยังช่วยแก้ไขข้อบกพร่องและริ้วรอยหยาบกร้าน ทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่ที่สำคัญยังเหมาะสำหรับผู้ที่ มีผิวแห้ง แพ้ง่าย หรือ Sensitive Skin ผิวคุณจึงดูอ่อนกว่าวัย นุ่มนวลพร้อมช่วยคืนความแข็งแรง และผ่องใสสู่ผิว รกแกะ vip

ประโยชน์ของรกแกะ

1. กระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่ บำรุงเซลล์ผิวหน้าให้เปล่งปลั่ง ลดรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย
2. ปกป้องสภาพผิวไม่ให้แห้งกร้าน สร้างความกระชับให้กับผิวหน้าดูเต่งตึงขึ้น
3. เสริมสร้างความอ่อนนุ่มละมุนให้กับผิว สัมผัสความอ่อนนุ่มหลังการใช้แค่ 2-3 นาที (สำหรับการทา)
4. ลดรอยด่างดำ ฝ้าและกระบนใบหน้า รวมทั้งปรับเซลล์สีผิวให้เรียบเนียนดูสม่ำเสมอ
5. เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับสภาพผิว ช่วยลดอาการบวมบริเวณใต้ดวงตา
6. กระตุ้นการสมานเซลล์ผิวอันเกิดจากแผลต่างๆ รวมทั้งแผลเป็นได้อีกด้วย
7. เพิ่มความสดใสให้กับผิวที่แห้งกร้านจากแสงแดด และ UV
8. สร้างความเชื่อมั่นให้กับผิวหน้าอีกครั้ง และปลอดภัยจากสารเคมีที่เป็นพิษ เพราะรกแกะสกัดบริสุทธิ์จากธรรมชาติ
นุ่มละมุนด้วยโมเลกุลของน้ำ เพื่อช่วยดูดซึมและกระชับผิวให้แข็งแรง
9. ลดริ้วรอยหมองคล้ำก่อนวัย
10. ฟื้นฟูสภาพผิวให้บริสุทธิ์ สดใส
11. เสริมสร้าง ดูแล และลบเลือนจุดด่างดำบนใบหน้า

12.สามารถทานได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

ผลิตภัณฑ์รกแกะจากประเทศออสเตรเลียนั้นถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากรกแกะที่ดีที่สุดในโลก เนื่อง จากสภาพอากาศ และภูมิประเทศซึ่งเป็นหุบ เขา และ ที่ราบสูงนั้นเหมาะยิ่งนักในการ ดูแลแกะแม่พันธ์ชั้น 1จำนวนมากซึ่งจะให้ รกแกะที่มีคุณค่า และ สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ดัง นั้น ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจาก รกแกะ ส่งตรงจาก ออสเตรเลีย ซึ่งทางร้านของเรา ได้คัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อคุณ อาทิ  Lanopearl , Re-birth , Bio-lanoผลิตภัณฑ์ทั้งหมดใช้ สารสกัดจากรกแกะเป็นต้วหลักนั้น ล้วนแล้วแต่ เป็นผลิตภัณฑ์อันดับ1 ที่มีสูตรครีม ที่มีความเข้มข้นของรกแกะสูงเป็นพิเศษทั้งสิ้น รกแกะ vip โดยเฉพาะเซรัมนั้นมีความเข้มข้นสูงถึง 100% เต็ม ซึ่งต่างกับในหลาย ๆ แบรนด์ในท้องตลาดเวลานี้พบว่ามีรกแกะเพียงแค่ 10%-25% เท่านั้น (เป็นปริมาณที่น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกัน)

ฉะนั้น ท่านจึงมั่นใจได้ว่า ผิวหน้าของท่านจะได้รับสารอาหารสมบูรณ์เต็มที่ จากผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง โดยเฉพาะผู้ที่มีรอยแผลเป็น รูขุมขนกว้าง หรือเป็นฝ้า กระ หลังจากใช้แล้วผิวหน้าจะดูเรียบเนียนขาวใส ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งผู้ที่มีอายุมาก ใช้แล้วผิวหน้าจะกระชับ เต่งตึง แลดูอ่อนเยาว์กว่าวัยอยู่เสมอ

**ผู้ชายก็ใช้ได้เพราะว่าผู้ชายมักจะมีผิวหน้าหยาบกร้าน และรูขุมขนกว้างกว่าผู้หญิงเนื่องจากฮอร์โมน….และผู้ชายมักเบื่อหน่ายกับ ขั้นตอนการดูแลผิวที่มีขั้นตอนมากเกินไปดังนั้นการใช้ครีมรกแกะ หรือ เซรัมเพียงขั้นตอนเดียวก็พอแล้ว…สำหรับคุณผู้ชาย….

ง่ายๆเพียงแค่หยดเซ รั่ม 1 หยดทาเช้า-ก่อนนอน ..ไม่กี่วัน ผิวหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงดูสดใส เนียนขึ้น ยุคนี้ ผู้ชายก็มีผิวดีไม่แพ้ผู้หญิงได้เพื่อบุคลิกที่ดูดี… กว่า

นอก จากการใช้ผลิตภัณฑ์รกแกะสำหรับทาแล้ว เรายังมี รกแกะเม็ดให้รับประทานเพื่อผลลัพธ์ที่เร็วยิ่งขึ้น โดยรกแกะจะเข้าไปช่วยทั้งจากภายใน ออกมาภายนอก และภายนอกเข้าสู่ภายใน อันนี้จะช่วยทำให้คุณมีผิวที่สวยเปล่งปลั่งทั่วทั้งตัว ไม่ใช่เฉพาะใบหน้าเท่านั้น รกแกะ vip.

แป้ง cho การทาแป้งอย่างถูกวิธี เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะลดโอกาสในการเกิดสิวขึ้นบนใบหน้า

แป้ง cho การทาแป้งอย่างถูกวิธี เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะลดโอกาสในการเกิดสิวขึ้นบนใบหน้าได้อย่างง่ายๆ โดยมีข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้
1. การทาแป้งเพื่อลดความมันบนใบหน้าระหว่างวัน เมื่อรู้สึกว่าหน้ามีความมันเกิดขึ้นมากในระหว่างวัน และต้องการที่จะทาแป้งเพื่อช่วยลดความมันบนใบหน้า ไม่ควรใจร้อนทำการทาแป้งทับลงไปเลย เพราะจะยิ่งทำให้เกิดสิวได้ง่ายขึ้น เพราะเนื้อแป้งจะไปทำการผสมกับน้ำมันและเชื้อแบคทีเรียบนใบหน้า จนทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนจนกระทั่งกลายเป็นสิวในที่สุด ดังนั้น หากต้องการทาแป้ง เพื่อลดความมันของใบหน้า ควรทำการซับหน้าด้วยกระดาษซับมัน แล้วค่อยทาแป้ง ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบลงไปได้มากทีเดียว 2. ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทาแป้ง ควรทาแป้งหลังจากที่ล้างหน้าเสร็จ หรือหลังจากที่ทำการทาครีมบำรุง เบส รองพื้น บีบี หรือครีมต่างๆ เพราะแป้งจะช่วยทำให้สิ่งเหล่านี้ติดทนอยู่บนใบหน้าได้อีกในช่วงระยะเวลาหนึ่ง 3. เมื่อจำเป็นต้องใช้แป้งที่มีส่วนผสมของรองพื้น ก่อนเข้านอนควรล้างออกให้สะอาดด้วยคลีนเซอร์ทุกครั้ง เพราะหากปล่อยทิ้งเอาไว้อาจทำให้เกิดสิวอุดตัน จนกลายเป็นสิวอักเสบได้ และถึงแม้จะเป็นแป้งไม่ผสมรองพื้นก็ควรที่จะล้างออกให้สะอาด เพราะก็ยังอาจทำให้เกิดสิวขึ้นได้เช่นกัน แป้ง cho.
แป้ง cho
แป้ง cho อย่างไรก็ตาม การทาแป้งรองพื้น หรือว่าแป้งฝุ่นที่ระคายเคืองต่อผิวแล้วเกิดสิวขึ้นมา ก็ควรจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปกป้องดูแลใบหน้าของเราให้ห่างไกลจากสิว และผิวเรียบเนียนกระชับ ไม่กลับมาเป็นสิวอีก และไม่ทิ้งร่องรอยดำ หลุมลึกให้เป็นแผลอีก

แป้งพัฟบาบาร่า เหมาะกับวนิดางามยิ่งกลุ่มคุณที่มุ่งหมายดูดีและเพิ่มพูนความมั่นใจ
ระแวดระวังแสงไฟดูแลน้ำพร้อมกับประกอบด้วยครีมรองพื้นในตัว ทุกคนก็กระหาย แป้งพัฟ มีอยู่เค้าหน้า ที่เพริศนวลสะอาดเนิ่นนานตลอดวัน แต่กลับเนื่องด้วยตำแหน่งผิวหน้าของปัจเจกชนเปล่าด้วย บางท่านผิวหน้ามัน บางท่านผิวพรรณงวด หรือว่าบางคนพื้นผิวแกมกัน ประกอบกับที่อยู่ข้าพเจ้าเป็นประเทศเขตร้อน ภาวะพื้นผิวพร้อมทั้งภูมิอากาศที่ไม่เป็นใจปานฉะนี้ทำได้ทำเอาหน้าตาของคุณที่เจนนวล เกลี้ยงเกลาข้างในเช้าตรงนั้นแต่กลับมันเยิ้มข้า แป้งพัฟบาบาร่า งในตอนบ่าย หรือไม่ก็อีกต่างหากไม่ทันการจะบ่ายใบหน้าของท่านก็มินวลเนียนซะแล้ว นี่แค่ปริศนาปฐมของการเลือกแป้งให้เป็นการสมควร ข้อสงสัยของการคัดใช้แป้งอีกทั้งประกอบด้วยอีกจ๋อย เป็นต้นว่า พรรณของแป้งแบบไหนสัมพันธ์กับประเภทผิวกายของสาวๆ ความต่างของวัสดุโบกแป้ง ลักษณะของพัฟฟ์ฟองน้ำ เหรอ ถูชุบเค้าหน้า เป็นต้น วันตรงนี้จะมาสู่ไขข้อคลางแคลงเกี่ยวการคัดใช้แป้งที่เหมาะสมกับคุณด้วยกันกลยุทธ์ภายใน การหุ้มแป้งให้งามยิ่งเกลี้ยงเกลามาฝากจ๋า จุดแข็งของการโซมแป้งมีล้นหลามมิว่าจักเป็น แจกความนวลเรียบให้โฉมหน้า ทำเอาเมกอัพพวก ดินสอเขียนคิ้วที่กระผมตกแต่ง ลงบนหน้าเกยทนทานไม่เกรอะทั้งนั้นตลอดวัน ตลอดยังดูแลความมันเง แป้งbabalahราคาถูก าทำให้หน้าตามุ่งดูเนียนนุ่มนานมาก แนวทางการทาแป้ง ภายหลังที่เธอทารองพื้นแล้วไปไม่ว่าจักเป็นพรรณฟลูอิดไม่ใช่หรือครีม กรรมวิธีสืบมาหมายถึงงานลงแป้งขี้ผง หรือไม่ที่เอ่ยกันว่า ประคบซับแป้งฝุ่นละอองให้ทั่วกันหน้าเพื่อแป้งฝุ่นละอองและรองพื้นหลอมชุมนุมหมายความว่าเนื้อ เดียวกันและกัน ทำเอาหน้าตาจ้องเกลี้ยงเกลาอ่อนนิ่มเรียบร้อย สมมติคุณยังเป็นอ่อนหัดยังใช้เปล่าค่อยสันทัดเคลือบ ที่โควตาที่เกินการ คุณสามารถใช้แปรงป้องปัดแป้งส่วนเกินออกไปจัดหามา ต่อไปประดับประดาสีอายแชโดว์ที่กลีบตา เขียนอายไลน์เนอร์ ปัดป้อง แป้งบาบาร่า ราคา มาสคาร่า กำบัดบลัชออนที่ปราง และเขียนเติมปากเพียงเท่านี้ก็เป็นอันสำเร็จลุล่วงพิธีการ ในที่ระหว่างวันแม้ท่านมุ่งบวกแป้ง ก่อนอื่นเลยจำเป็นปราบปรามคราบมันด้วยกันไคลบนใบหน้าเสียก่อนอีกด้วยกระดาษตกมัน เป็นอันดีพันธุ์กระดาษ แล้วไปจึงใช้ ประคบดูดอธิบายทั้งเค้าหน้าเบาๆ เพียงนี้เค้าหน้าของท่านก็จะงดงามนวลเรียบนานมากตลอดวันค่ะ มีเทคนิคความแตกต่างของแป้ง มาหาฝากกันคะ เว้นแต่นั้นยังกอบด้วยทิปกล่าวถึงอุปกรณ์ที่ถูกที่ในงานอาบแป้ง พร้อมทั้งเนื้อหาความฉลาดเรื่องแป้งอีกล้นหลามที่อัดแข็ง คงไว้ข้างในบทความดี เรื่อ แป้ง babalah งตรงนี้ ควบคู่กันหรือว่ายังขา หากว่าพร้อมทั้งต่อจากนั้นเราไปกันเลยขา เทคนิคคู่กายเกี่ยวกับงานโซมแป้ง พัฟฟ์ฟองน้ำวัสดุอุปกรณ์ข้างร่างหญิง โดนผลิตรุ่งแห่งนานาประการขนาด ทรง พร้อมด้วยสีสันที่แตกต่างกัน แต่กระนั้นสิ่งที่ฉันควรระลึกที่การเลือกใช้พัฟฟ์นั้นลงความว่าคุณภาพของเนื้อพัฟฟ์ พึงจะกอบด้วยความอ่อนนุ่มด้วยกันเกิดจากต้นฝ้ายเนื่องจากจะเปล่าทำให้ก่อเกิดการถูกันพร้อมด้วยผิวซึ่งอาจจะก่อสร้างให้ก่อกำเนิดริ้วรอยขึ้นหาได้ พร้อมกับเหมาะสมที่สุดๆที่งานใช้เฉลี่ยแป้งให้ทั่วถึงหน้าตา พัฟฟ์ควรประณีตบรรจงลงคะแนนเสียงให้ปกติพอเฉือนด้านแป้งแล้วไปจักแตะต้องรัดอุ้มเนื้อแป้งก้าวหน้า แต่ที่ขณะเดียวกันจักจำเป็นไม่หักออกรองพื้นที่ผมอาบไว้ครั้งก่อน แป้ง cho

แป้งผัดหน้า เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นผงสีต่างๆ ใช้สำหรับตกแต่งสีผิวบริเวณใบหน้า และลำคอให้มีลักษณะสวยงามกว่าสภาพผิวธรรมดา

ลักษณะโดยทั่วไปจะมีคุณสมบัติเนื้อละเอียด นุ่ม สามารถใช้ และทาติดผิวได้ง่าย ติดทนนาน กระจายตัวดี สามารถปกปิดริ้วรอยหรือรอยด่างดำ มีความกลมกลืนกับสีผิว ลดความมันบนใบหน้า มีกลิ่นหรือสีน่าใช้ มองดูเป็นธรรมชาติ และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้

ชนิดของแป้งผัดหน้า
1. ชนิดอัดแข็ง (Compact face powder) เป็นแป้งผัดหน้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากเล็ก กะทัดรัด สามารถพกพาได้สะดวก ใช้ได้นาน หาซื้อได้ง่าย และมีให้เลือกหลายสี มีลักษณะเป็นผงละเอียดที่ถูกอัดเป็นแผ่นตามลักษณะของตลับบรรจุ มักเติมสารเพิ่มการยึดเกาะ และสารที่มีคุณสมบัติทึบแสงช่วยให้ปกปิดสภาพผิวที่มีปัญหาได้ดี ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจะมีหลายแบบให้เลือก โดยมีฟองน้ำเนื้อละเอียด และบางเบา ใช้สำหรับเป็นอุปกรณ์ผัดทา

แป้งผัดหน้าชนิดอัดแข็ง

2. ชนิดฝุ่น (Loose face powder) เป็นแป้งผัดหน้าที่อยู่ในรูปผงบรรจุในตลับโดยไม่มีการอัดแข็ง นิยมใช้ทาทับผิวหน้าหรือเป็นแป้งรองพื้นเพื่อให้ใบหน้าดูเนียน ลดความมันของใบหน้าหรือครีม โดยมีแปรงผัดหน้าที่มีขนอ่อนนุ่มใช้สำหรับเป็นอุปกรณ์ผัดทา

แป้งผัดหน้าชนิดฝุ่น

ส่วนผสม
ผลิตภัณฑ์ของแป้งโดยองค์ประกอบหลักจะมีลักษณะคล้ายกัน แป้ง cho คือ การใช้ Talcum และสารเติมแต่งอื่นๆ เช่น สารยึดเกาะ สารให้สี เป็นต้น
1. Talcum เป็นผลิตภัณฑ์แร่ที่ได้จากธรรมชาติ มีลักษณะเป็นผลึกหรือผงเนื้อละเอียด เมื่อสัมผัสจะรู้สึกลื่นเบา โปร่งใส หากบริสุทธิ์จะมีลักษณะสีขาว หากมีสิ่งอื่นเจือปนจะมีสีเทาหรือสีเขียวอ่อน มีผลิตมากในแถบประเทศฝรั่งเศส นอร์เวย์ อียิปต์ อินเดีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา มีจุดด้อย คือ ปกปิดสภาพผิวได้น้อย ซึมติดผิวได้ไม่ดีนักเนื่องจากน้ำซึมผ่านได้ไม่ดี และอาจมีเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อน ซึ่งต้องทำการอบฆ่าเชื้อก่อนที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 1 ชั่วโมง

2. Sericite เป็นแร่จากธรรมชาติ มีลักษณะเป็นผงละเอียด ขนาดเล็ก เมื่อสัมผัสจะรู้สึกลื่นมือ หากนำไปผสมซิลิโคนจะมีคุณสมบัติเกาะติดผิว และป้องกันน้ำได้ดี และดีกว่า talcum แต่มีความละเอียด และลื่นน้อยกว่า

3. Mica เป็นสารจากธรรมชาติ มีลักษณะเป็นสีขาวอมเทา ขนาด 150 ไมครอน ใช้เป็นส่วนผสมเพื่อให้มีความโปร่งแสง

4. Kaolin เป็นสารจากธรรมชาติ สีขาวอมเทา เมื่อเปียกน้ำจะทำให้สีเข้มขึ้น มีกลิ่นเหมือนดิน มีความสามารถในการดูดซับน้ำหรือน้ำมันได้ดีใช้เพื่อลดความหนาแน่นของฝุ่นผัดหน้า ช่วยลดความเงาของ talcum

5. สังกะสี (zinc stearate) เป็นผงสีขาวใช้เพื่อเพิ่มความทึบแสง ช่วยในการเกาะติดผิว และกันน้ำได้ดี

6. แมกนีเซียมคาร์บอเนต (magnesium carbonate) มีลักษณะเป็นผงสีน้ำตาลช่วยในการดูดซับน้ำ น้ำมันบนใบหน้า

7. แคลเซีัยมคาร์บอเนต (calcium carbonate) มีลักษณะเป็นผงสีขาว ใช้สำหรับการดูดซับความชื้น น้ำ น้ำมัน บนใบหน้า และทำให้ใบหน้าแลดูมีนวล

8. Metallic soaps เป็นส่วนผสมช่วยให้แป้งมีคุณสมบัติกันน้ำเพิ่มขึ้น

9. แป้ง (starch) เป็นส่วนผสมที่ทำให้ผิวดูนวล หากผสมมากจะทำให้จับตัวเป็นก้อนเมื่อสัมผัสกับน้ำ

10. พลาสติก (plastics) ใช้เป็นส่วนผสมที่ทำให้มีมีความลื่นเพิ่มขึ้น ใช้เป็นส่วนผสมเพียงเล็กน้อย

11. พอลิเมอร์ (polymer) เช่น nylon-12 lauryl, lysine, PMMA ใช้สำหรับเพิ่มความลื่น และสัมผัสที่ดีให้แป้ง

12. สารช่วยยึดเกาะ เช่น lanolin ช่วยทำให้แป้งยึดเกาะตัวกันดีขึ้นสำหรับการอัดแข็งบนตลับ

13. สารทำให้มีสี เช่น iron oxide, titanium dioxide zinc, oxide และ ultramarine เป็นสารทำให้เกิดสีที่กลมกลืนกับผิวของใบหน้า

14. สารกันเสีย (preservatives) เป็นสารที่ใช้สำหรับการยับยั้งการเติบโตของจุลินทรีย์ในแป้งผัดหน้า ทำให้เก็บรักษาไว้ได้นาน สารที่ใช้ ได้แก่ ฟอร์มาดไฮด์ อิมิดาโซลิดินิลยูเรีย เมทิลคลอโรไอโซไทอะโศลโนน และฟีโนซีเอทานอล เป็นต้น

15. น้ำหอม ใช้สำหรับทำให้ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นหอมน่าใช้มากขึ้น น้ำหอมที่ใช้มักเป็นสารที่สกัดจากธรรมชาติ พวกน้ำมันหอมระเหยชนิดต่างๆ

ลักษณะการใช้
1. ใช้ทาบริเวณผิวหน้า และลำคอ โดยเฉพาะจุดที่ต้องการปกปิด
2. ใช้ทาหลังจากทาครีมรองพื้นแล้วหรือใช้ทาหลังจากทำความสะอาดหน้าเสร็จโดยไม่ต้องใช้ครีมรองพื้น
3. การทาหนาหรือบางขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้า และชนิดของแป้ง แต่ไม่ควรทาให้มีสีที่แตกต่างจากผิวหน้ามากเกินไป
4. การเลือกชนิดของแป้งผัดหน้า ควรเลือกให้มีลักษณะสีที่เข้ากัน และกลมกลืนกับสีผิวของใบหน้ามากที่สุด
5. เมื่อใช้แล้ว ควรปิดฝาให้สนิท เก็บให้ห่างจากความชื้น และไม่ให้เปียกน้ำ แป้ง cho.

Seoul Secret Collagen TriPeptide Krill Oil คอลลาเจน เป็นสารโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างจากเซลล์ของเนื้อเยื่อ

Seoul Secret Collagen TriPeptide Krill Oil คอลลาเจน เป็นสารโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างจากเซลล์ของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันโดยเฉพาะจากเซลล์ที่เรียกว่า เซลล์สร้างเส้นใย (Fibroblast) คอลลาเจน มีหน้าที่ช่วยให้ความแข็งแรง และให้การยืดหยุ่นของอวัยวะต่างๆ รวมทั้งช่วยในการสมานเนื้อเยื่อเข้าด้วยกัน จึงมีความจำเป็นในการซ่อมแซมเซลล์/เนื้อเยื่อ เมื่อเซลล์/เนื้อเยื่อมีการบาดเจ็บ เสียหาย และสึกหรอ ทั้งนี้ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนลดลงเรื่อยๆตามอายุที่สูงขึ้น คอลลาเจนมีในเนื้อเยื่อหลากหลาย เช่น ผิวหนัง กล้ามเนื้อ เอ็นกระดูก เอ็นกล้ามเนื้อ กระดูก กระดูกอ่อน และ หลอดเลือด การขาดคอลลาเจนเป็นสาเหตุของโรคต่างๆได้หลายโรค ที่พบบ่อย คือ โรคข้อ โรคกระ ดูก โรคกล้ามเนื้อ ทั้งนี้รวมไปถึงในด้านความสวยงามของผิวหนัง นอกจากนั้นยังมีโรคทางพันธุ กรรมบางโรคที่ร่างกายมีความผิดปกติในการสร้างคอลลาเจน แต่เป็นโรคพบได้น้อยมากๆ เช่น โรค Chondrodysplasia เป็นต้น Seoul Secret Collagen TriPeptide Krill Oil.
Seoul Secret Collagen TriPeptide Krill Oil
Seoul Secret Collagen TriPeptide Krill Oil อาหารที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ได้แก่ อาหารโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ เนื้อเป็ด ไก่ ไข่ ถั่วเหลือง ลูกนัทต่างๆ มันเทศ มะเขือเทศ    และวิตามินซี ที่มีมากใน ส้ม สตรอเบอร์รี กิวี แคนตาลูป และเกรฟฟรุต (Grape fruit) เป็นต้น

ถ้าพูดถึงคอลลาเจนแล้วในปัจจุบันนี้ ช่างเป็นอาหารเสริมที่ฮิตกันมากเหลือเกินในหมู่สาวๆ ทั้งหลายที่รักสวยรักงาม เนื่องจากคุณสมบัติของคอลลาเจนที่ทำให้ผิวขาวสวย เด้ง มีสุขภาพดีด้วยแล้ว สาวๆ ทั้งสาวเล็ก สาวใหญ่คงไม่อาจปฎิเสธได้เลยจริงไหมครับ

เรามาดูประโยชน์ของคอลลาเจนกัน

คอลลาเจนที่นำมาบริโภคกันจะ มีแบบน้ำ แบบผง และ แบบฉีด แบบที่เห็นผลเร็วที่สุดในประมาณที่เท่ากัน ก็คงต้องเป็นแบบฉีดเนื่องจากเข้าถึงร่างกายได้โดยตรง แต่คอลลาเจนแบบฉีด เนื่องจากมีราคาแพงทำให้ ไม่เป็นนิยม ที่ตอนนี้เห็นขายกันอย่างเกลื่อนท้องตลาดในตอนนี้ก็จะเป็นคอลลาเจนแบบผง ที่ฮิตกันเหลือเกินมีหลากหลายยี่ห้อมาก เนื่องจากว่าทานง่าย สามารถนำมาผสมน้ำผลไม้แล้ว ดื่มได้เลย Seoul Secret Collagen TriPeptide Krill Oil

ประโยชน์ของคอลลาเจน

มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรง  จึงป้องกันและเพิ่มปริมาณคอลลาเจนในร่างกายเพื่อเป็นการเกิดริ้วรอยลึกโดยจัดการกับสารอนุมูลอิสระที่ถูกเร่งมาจากปัจจัยต่างๆ มากมายโดยเฉพาะรังสียูวี ยิ่งป็นตัวการสำคัญ ที่ก่อให้เกิดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพอีกด้วย

ทำให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่น กระชับใสและมีความเรียบเนียน ต่อต้านการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ดังนั้นการดูแลผิวเพื่อการชะลอริ้วรอยโดยรับประทาน คอลลาเจน ยังเป็นอีกวิธีการหนึ่งในการเติมคอลลาเจนให้กับชั้นผิว

คอลลาเจนช่วยเพิ่มความแข็งแรงและยืดหยุ่นของคอลลาเจนที่ชั้นผิวหนัง ป้องกันฝ้า จุดด่างดำ และ กระ  นอกจากนี้ยังช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตโดยเฉพาะหลอดเลือดเล็ก ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น

คอลลาเจนสามารถลดการเกิดรอยดำ รวมทั้งกระตุ้นการสร้างเซราไมด์ที่ชั้นผิวหนัง ป้องกันการสูญเสียน้ำที่ชั้นผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น ลดการระคายเคือง ที่ผิวหนัง ทำให้ผิวดูมีสุขภาพดี กระจ่างใสยิ่งขึ้น                                                                                                                                                                             ประโยชน์ของคอลลาเจนนั้น จริงๆแล้วยังมีอีกมากมายที่เรานั้นยังไม่รู้ ยังสามารถไปช่วยในเรื่องของผม และเล็บแข็งแรงขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพของข้อกระดูกทำให้ลดอาการปวดตามข้อได้ Seoul Secret Collagen TriPeptide Krill Oil อาหารที่เราได้รับจาก คอลลาเจน จะมีเนื้อปลาทะเล, สาหร่ายทะเล หรือสาหร่ายน้ำจืด, น้ำมะพร้าว, เนื้อไก่, เนื้อหมู, ไข่ขาว, ผักเขียวต้ม, ผลไม้สีแดงต่างๆ, กระเทียม, กระดูกปลาและกระดูกสัตว์ต่างๆ, เนยแข็งและชีส, ข้าวโอด, ชาเขียว ชาดำ และยังมีอาหารอีกมากมายที่มี คอลลาเจน อยู่ อย่างไรก็ดีในการรับประทานอาหาร หรือการทานอาหารเสริม ให้ได้ประสิทธิภาพดีที่สุดก็ควรรับประทานคู่กับอาหารที่มีวิตามินซีด้วย เนื่องจากวิตามินซีจะเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมคอลลาเจนให้เข้าสู่ร่างกายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยทำให้ผิวของคุณสาวๆ มีสุขภาพดีขึ้น ขาวขึ้น แลดูอ่อนเยาว์ และมีสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น

คอลลาเจน คืออะไร?

คือโปรตีนชนิดหนึ่งของร่างกาย ทำหน้าที่เป็นตัวประสานเนื้อเยื่อของผิวหนัง เชื่อมต่ออวัยวะทุกส่วนของร่างกายไว้ด้วยกัน ทั้งผิวพรรณ กระดูกและผนังหลอดเลือด ร่างกายคนเราจะมีคอลลาเจนถึง 1 ใน 3 ส่วนของโปรตีนทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างกาย

คอลลาเจนไม่เพียงแต่เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวหนัง(เคราติน)ถึง 70 % เท่านั้น อวัยวะต่างๆในร่างกายของเราก็มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่มาก เช่น กระดูกอ่อน เส้นเอ็น ข้อต่อ กระดูก

เคราตินมีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้ผิวหนังกระชับเรียบตึง ถ้ามีคอลลาเจนไม่เพียงพอ สารเคราตินในชั้นผิวหนังจะลดลง จึงทำให้ผิวเกิดริ้วรอยแห่งวัย หย่อนคล้อย และขาดความชุ่มชื้น

เหตุใดร่างกายจะต้องเสริมสร้างด้วย คอลลาเจน?

ช่วงวัยเด็กร่างกายจะสามารถสร้างคอลลาเจนได้เอง จนเมื่ออายุถึง 20 ปี การสร้างคอลลาเจนจะค่อยๆลดลงเรื่อยๆ ทำให้ผิวพรรณเริ่มมีริ้วรอยและเหี่ยวย่น ความหนาแน่นของกระดูกจะค่อยๆบางลง รวมถึงผมที่จะเสื่อมสภาพลงตามอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเสริมสร้างคอลลาเจนในร่างกาย เพื่อคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวกระชับ เรียบตึง ป้องกันและฟื้นฟูผิวหมองคล้ำและหยาบกร้าน เพื่อความยืดหยุ่นให้แก่ผิวหนัง และสร้างความแข็งแรงให้แก่กระดูก Seoul Secret Collagen TriPeptide Krill Oil.

acorbic c-1000 mg อันตรายจากการขาดวิตามินซี ผู้ที่ขาดวิตามินซีมักมีอาการอ่อนเพลีย

acorbic c-1000 mg อันตรายจากการขาดวิตามินซี ผู้ที่ขาดวิตามินซีมักมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดตามข้อต่อของร่างกาย เลือดออกตามไรฟัน เจ็บกระดูก แผลหายช้า เนื่องจากวิตามินซี ทำหน้าที่ต่อต้านการอักเสบ และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ของร่างกาย การได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ จะทำให้เส้นเลือดในร่างกายอ่อนแอ และทำให้บาดแผลที่เกิดขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกายหายช้ากว่าปกติ เป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย คุณสมบัติของวิตามินซี คือ เป็นตัวต่อต้านสารก่อมะเร็ง และช่วยควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน ถ้าร่างกายขาดวิตามินซี จะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายลดต่ำลง และทำให้ติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ง่าย เป็นโรคลักปิดลักเปิด ในกรณีของเด็ก หรือผู้สูงอายุที่ได้รับวิตามินซี น้อยกว่าวันละ 10 มิลลิกรัม อาจทำให้เป็นโรคลักปิดลักเปิดได้ หากร่างกายขาดวิตามินซีมากเกินปกติอาจทำให้มีลูกยาก เป็นโรคโลหิตจางและมีภาวะความผิดปกติทางจิตได้ acorbic c-1000 mg.
acorbic c-1000 mg
acorbic c-1000 mg อันตรายจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไป

เนื่องจากวิตามินซี มีหน้าที่ในการช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกาย การรับวิตามินซี ในปริมาณมากจะทำให้เกิดปัญหาการสะสมธาตุเหล็ก ตามกระดูกข้อต่อต่างๆ มากขึ้น
การได้รับวิตามินซีมากเกินไป อาจไปรบกวนการดูดซึมของทองแดง และซีลีเนียม หากได้รับวิตามินซีชนิดที่ไม่ได้บรรจุแคปซูล โดยการรับประทาน เกินวันละ 10,000 มิลลิกรัม อาจทำให้ท้องเสีย ท้องอืด ท้องเฟ้อได้ เนื่องจากวิตามินซี ที่มีจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด มักเป็นชนิดที่มีคุณสมบัติเป็นกรด หากต้องการหลีกเลี่ยงการระคายเคือง กระเพาะอาหาร ควรรับทานวิตามินซี ชนิดที่เป็น กลาง หรือเป็นกรดต่ำ (pH 7.6-8.0)

วิตามินซี หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อ กรดแอสคอบิก (Ascorbic acid หรือ L-Ascorbic acid หรือเรียกกันง่ายๆว่า Ascorbate) มีคุณสมบัติละลายน้ำได้ดี เป็นวิตามินที่พบได้ตามธรรมชาติ เช่น ในผัก ผลไม้ หน้าที่ของวิตามินซีที่ร่างกายมนุษย์นำไปใช้เช่น

ใช้ในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจน (Collagen) และ แอลคาร์นิทีน (L-carnitine, สารที่ช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานได้อย่างปกติ) acorbic c-1000 mg
เป็นส่วนร่วมในกระบวนการทำงานของสารสื่อประสาท (Neurotransmitters) ชนิดต่างๆ
เป็นส่วนประกอบในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective tissue) ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อการสมานบาดแผล
เป็นส่วนร่วมของกระบวนการเปลี่ยนแปลงโปรตีนเพื่อการใช้งานในร่างกาย
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระของร่างกายรวมถึงมีส่วนร่วมในการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นเช่น วิตามินอี หรือ Tocopherol อีกด้วย

หากร่างกายขาดวิตามินซีจะแสดงออกมาให้เห็นในลักษณะของเลือดออกตามไรฟัน (โรคลักปิดลักเปิด/โรคขาดวิตามินซี) อ่อนเพลีย และทำให้หลอดเลือดฝอยขาดความยืดหยุ่นไม่แข็งแรงหลอดเลือดฯจึงแตกได้ง่าย

วิตามินซีสามารถดูดซึมจากระบบทางเดินอาหารได้อย่างรวดเร็วและถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ โดยปกติผู้ชายควรได้รับวิตามินซี 90 มิลลิกรัม/วัน ในขณะที่ผู้หญิงต้องการ 75 มิลลิกรัม/วัน acorbic c-1000 mg แต่สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตรควรได้รับวิตามินซีสูงถึงประมาณ 120 มิลลิกรัม/วัน ซึ่งอาจมีความแตกต่างทางมาตรฐานการบริโภคของแต่ละประเทศที่ต่างกันเล็กน้อย

ยังมีผู้บริโภคบางกลุ่มที่สุ่มเสี่ยงต่อการขาดวิตามินซีเช่น

ผู้ที่สูบบุหรี่หรือผู้ที่ดมควันบุหรี่ (Passive smoker/สูบบุหรี่มือสอง) เป็นประจำ
เด็กทารกที่ต้องดื่มนมผงดัดแปลงชนิดที่ต้องผสมกับน้ำร้อนก่อนซึ่งน้ำร้อนเป็นตัวทำลายวิตามินซีได้อย่างรวดเร็ว
ผู้บริโภคอาหารซ้ำๆขาดความหลากหลายของสารอาหารก็จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะขาดวิตามินซีได้
ผู้ที่มีปัญหาเรื่องการดูดซึมสารอาหารต่างๆก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินต่างๆรวมถึงวิตามินซีลดน้อยลง

อนึ่งยังมีคุณประโยชน์ของวิตามินซีที่ถูกนำมาประยุกต์ในการรักษาอาการโรคต่างๆอาทิ

มีการใช้วิตามินซีร่วมกับผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งพบว่าช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น
ลดภาวะหลอดเลือดอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ
ลดภาวะเป็นต้อกระจก
การใช้กับผู้ป่วยด้วยโรคหวัดก็พบรายงานว่าการฟื้นตัวของร่างกายดีขึ้น

อย่างไรก็ตามยังพบข้อมูลเปรียบเทียบของการใช้วิตามินซีมากเกินไป อาจส่งผลให้มีอาการท้องเสีย คลื่นไส้ เป็นตะคริวที่ท้อง การบริโภควิตามินซีมากเกินความจำเป็นยังส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณเกลือออกซาเลต (Oxalate) และกรดยูริค (Uric acid) อันเป็นสาเหตุของนิ่วในไตได้อีกด้วย หรือการอมวิตามินซีชนิดเม็ดสำหรับรับประทานเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคไม่ควรกระทำด้วยวิตามินซีมีฤทธิ์เป็นกรดสามารถทำให้เคลือบฟันและฟันสึกกร่อนได้ acorbic c-1000 mg.

นมเพิ่มความสูง สาเหตุ ที่ทำให้เด็กตัวเตี้ย อาจเนื่องมาจากมีโรคที่เกิดจากความผิดปกติ

นมเพิ่มความสูง สาเหตุ ที่ทำให้เด็กตัวเตี้ย อาจเนื่องมาจากมีโรคที่เกิดจากความผิดปกติของกระดูก หรือมีโรคเจ็บป่วยเรื้อรังในวัยเด็ก หรือเนื่องมาจากน้ำหนัก และ/หรือ ความยาวแรกเกิดน้อยกว่าเด็กปกติ การดูแลสุขภาพไม่ให้ เจ็บป่วย จะทำให้ร่างกายเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ การเจ็บป่วยบ่อยๆ จะทำให้การเติบโตหยุดชะงัก การใช้ยาบางชนิดก็มีผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย นอกจากนี้ ความเครียดก็เป็นตัวบั่นทอนการเจริญเติบโตได้เช่นกัน โดยทั่วไป ความสูงของเราจะเป็นค่าเฉลี่ยของความสูงของพ่อแม่ ความสูงเฉลี่ยของประชากร เชื้อชาติ เพศ และวัยเดียวกัน ไม่มียาใดที่ทำให้สูงขึ้น ในทางการแพทย์มีการรักษาโดยการผ่าตัดกระดูก แต่ก็เป็นการรักษาเพื่อแก้ไขความพิการมากกว่าเพื่อเสริมบุคลิกภาพ หลาย คนมานึกอยากสูงเอาเมื่อสายไปเสียแล้ว ดังนั้น คนที่ยังอยู่ในวัยที่สร้างความสูงได้ และพ่อแม่ผู้ปกครอง ควรใส่ใจกับการสร้างความสูงและความแข็งแรงของกระดูกเสียตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะสายเกินไป นมเพิ่มความสูง.

นมเพิ่มความสูง

นมเพิ่มความสูง โกรธฮอร์โมน แหล่งพลังของชีวิต
หากใครติดตามข่าวสารอยู่ในขณะนี้ อาจเจอกับข่าวที่วัยรุ่นไทย กำลังแห่ไปฉีดฮอร์โมนเพิ่มความสูง ซึ่งกำลังเป็นกระแสเหมือนกับฉีดสารกลูตาไธโอนให้ผิวขาว จนคุณหมอต้องมาเตือน ให้ระมัดระวัง เพราะอาจส่งผลทำให้ร่างกายมีความผิดปกติเกิดขึ้นได้
ส่วนท่านที่กำลังสงสัย ว่าฮอร์โมนเพิ่มความสูงที่ว่านั้น คือฮอร์โมนชนิดใด แล้วร่างกายเรามีหรือไม่นั้น จริง ๆ ร่างกายของคนเรา มีฮอร์โมนอยู่ชนิดหนึ่งนั่นคือ โกรธฮอร์โมน (Growth Hormone) นั่นเอง

โกรธฮอร์โมน เป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมใต้สมอง ร่างกายจะผลิตออกมาเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต เสริมสร้าง และซ่อมแซมร่างกายตลอดชีวิต สำหรับเด็กในวัยเจริญเติบโต ตั้งแต่วัยรุ่น ไปจนถึงอายุ 23 ปี โกรธฮอร์โมน เป็นตัวการสำคัญ ที่ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะความสูง โกรธฮอร์โมนจะทำงานสัมพันธ์ควบคู่ไปกับการนอนหลับพักผ่อนด้วย หากมีการนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ พร้อมกับรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ รับสารอาหารครบถ้วน ร่างกายจะสามารถเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ ความสูงของเด็กจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงวัยนี้ นมเพิ่มความสูง
แต่หลังจากอายุ 23 ปี ร่างกายจะผลิตโกรธฮอร์โมนได้น้อยลงเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ร่างกายเราเริ่มเสื่อม เป็นผลให้ ผิวหนังเริ่มเหี่ยวย่น ผมเริ่มหงอก ประสิทธิภาพทางเพศเริ่มลดลง อีกทั้งโรคแห่งความเสื่อมทั้งหลาย อย่าง โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน
ด้วยเหตุนี้ จึงมีนักวิทยาศาสตร์หลายท่าน คิดค้นหาวิธีการเพื่อที่จะหยุดยั้ง ชะลอความเสื่อมเหล่านั้น จนกระทั้งมีการค้นพบ สารอาหารตัวหนึ่ง นั่นคือ แอล-อาร์จินีน (L-Arginine) กรดอะมิโน ที่มีประโยชน์มหาศาล จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตโกรธฮอร์โมนให้มากขึ้น เมื่อมีมากขึ้น การซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ จึงมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้คงความเป็นหนุ่มสาวได้นาน ดูสดใสอยู่เสมอ นอกจากนี้ แอล-อาร์จินีน ยังกระตุ้นให้ร่างกายผลิตกรดไนตริกออกไซค์ (Nitric Oxide) เพื่อช่วยในเรื่องการคลายตัวของเส้นเลือด ลดภาวะความตึงเครียดของเส้นเลือด ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ ดูแลและซ่อมแซมการไหลเวียนโลหิตของหลอดเลือด ทำให้การฉูบฉีดโลหิตทั่วร่างกายเป็นไปอย่างปกติอีกด้วย

โกรทฮอร์โมน growth hormone (GH) เป็นฮอร์โมนชนิดโปรตีน นมเพิ่มความสูง หรือที่เรียกว่าเปปไทด์ฮอร์โมน โครงสร้างประกอบด้วยกรดอะมิโน 190 ตัว เป็นฮอร์โมนที่ถูกผลิตขึ้นจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า และ
มีผลต่อการเจริญเติบโต รวมทั้งเมตะบอลิสซึมของร่างกาย มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า somatotropin

ยีน ที่ควบคุมการสร้างโกรทฮอร์โมน อยู่บน q22-24 region ของโครโมโซมคู่ที่ 17 และมีลักษณะใกล้เคียงกับยีนที่ควบคุมการสร้าง human chorionic somatomammotropin (hCS) หรือที่เรียกว่า placental lactogen ฮอร์โมนทั้ง 3 ชนิด คือ GH, human chorionic somatomammotropin (hCS), และ prolactin (PRL) จัดอยู่ใน
กลุ่มเดียวกัน เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต และการสร้างน้ำนม

โกรทฮอร์ โมนรูปแบบที่พบในร่างกายมนุษย์มากที่สุด ประกอบด้วยกรดอะมิโน 190 ตัว น้ำหนักโมเลกุลประมาณ 22,000 ดาลตัน โครงสร้างเป็นแบบเกลียวชนิดสี่เกลียว มีส่วนที่ทำหน้าที่จับกับตัวรับ โกรทฮอร์โมนในสัตว์แต่ละชนิดไม่เหมือนกัน ถ้านำมาใช้ในมนุษย์ต้องเป็นของมนุษย์เองและสัตว์ประเภทลิงเท่านั้น หรือใช้โกรทฮอร์โมนชนิดสังเคราะห์ นมเพิ่มความสูง.