ยาระบาย การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยลดอัตราคอเลสเตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ

ยาระบาย การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยลดอัตราคอเลสเตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ ในกาแฟมีนิโคติน แต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกับในบุหรี่ แต่เป็นวิตามิน B รวมชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายต้องการ ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด จึงป้องกันโรคหัวใจ และหลอดเลือดแข็งตัว กาแฟเพิ่มไขมันชนิดดีให้ร่างกาย ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ตามผลการวิจัยพบว่า คนที่ดื่มกาแฟบ่อยๆ จะมีไขมันชนิด(HDL) เพิ่มขึ้น ซึ่งไขมันชนิดนี้จะขับไล่คอเลสเตอรอลออกไป ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว การดื่มกาแฟเป็นประจำ    ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมองและสมรรถภาพสมอง มีผู้เชี่ยวชาญสรุปผลการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาว่า ความหอมของกาแฟช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้เร็วขึ้น และมีสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น นั้นเป็นเพราะกลิ่นกาแฟ ทำให้เลือดไหลเวียนในสมองเพิ่มขึ้น ยาระบาย.
ยาระบาย
ยาระบาย รายงานในวารสารการแพทย์ sleep โดยศึกษาอย่างละเอียดถึงกลไกการนอนหลับของคน พบว่า คาเฟอีนในกาแฟ จะช่วยในคนที่ง่วงนอนได้ดีเมื่อให้ในปริมาณและเวลาที่เหมาะสมพบว่า การดื่มกาแฟตอนตื่นเช้าไม่ได้ช่วยมากนักต่างกับดื่มเป็นช่วงๆ ทั้งเช้าบ่ายโดยไม่จำเป็นต้องแก่จัด การศึกษานี้ยังกล่าวด้วยว่า ในคนที่ต้องทำงานนานๆ การดื่มกาแฟช่วยลดการง่วงและอุบัติเหตุลงได้จริง

การดื่มกาแฟเป็นประจำ มีผลดีต่อถุงน้ำดี จากการที่ทำการวิจัยโดยอาสาสมัครชาย 45,000 คน ดื่มกาแฟวันละสองแก้ว จะสามารถลดการเสี่ยงต่อการเป็นนิ่วในถุงน้ำดีได้ถึง 40 เปอร์เซนต์ และถ้าดื่มวันละ สี่แก้วสามารถลดได้ถึง 45 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว โดยกาแฟที่ดื่มเข้าไปนั้นจะเข้าไปป้องกันการตกตะกอนของคอเลสเตอรอล ลดการดูดชึมของเหลวเพิ่มการไหลของน้ำดีที่กรวยไต ซึ่งทั้งหมดเป็นสาเหตุของการยับยั้งการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี ยาระบาย

กาแฟกับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จากการศึกษาพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ สี่แก้ว จะสามารถลดการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 24 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ดื่มกาแฟเลยเพราะกาแฟจะไปกระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่ผลิตสารที่มีผลยับยั้งการก่อตัวของ เนื้อเยื่อที่กลายพันธ์จากเซลล์ธรรมดากลายไปเป็นเซลล์มะเร็ง และในกาแฟยังสามารถยับยั้งการเติบโต ของจุลินทรีย์ในลำไส้อันเป็นต้นเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งอีกด้วย
อาการปวดศีรษะ คาเฟอีนมีส่วนสำคัญที่สามารถบรรเทาอาการปวดต่างๆ ได้แต่คาเฟอีนในกาแฟเพียงอย่างเดียวไม่สามารถที่จะยับยั้งอาการปวดหัวได้ แต่ถ้าดื่มกาแฟพร้อมกับยาแก้ปวด ก็จะมีผลช่วยบรรเทาอาการปวดได้อย่างรวดเร็วขึ้น

กาแฟ

ผลต่อกระเพาะอาหาร การดื่มกาแฟเข้าไปจะไปช่วยให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดและน้ำย่อยออกมาในปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการจุก แน่นท้องเนื่องจากรับประทานมากเกินไป แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะก็ควรระวังการดื่มกาแฟเวลาท้องว่างด้วยเพราะจะมีผลต่อกระเพาะ-อาหารโดยตรง อาจทำให้มีอาการมากขึ้น

โรคหอบหืด มีรายงานว่าการดื่มกาแฟวันละ 3 แก้ว จะลดอาการหอบหืด ยาระบาย หากดื่มมากกว่า 6 แก้ว การทดสอบสมรรถภาพปอดจะดีขึ้นกาแฟก็เหมือนกับพืชอื่นๆ มีสาร flavanoid ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

จะเป็นซีอีโอได้ต้องหัดดื่มกาแฟ เครื่องช่วยให้บังเกิดความสำเร็จ ศาสตราจารย์วิชาไซเบอเนติกส์ ศึกษาพบสรรพคุณของกาแฟว่าช่วยให้สมองไวขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้นได้ กาแฟได้ยกระดับเชาวน์ให้สูงขึ้นได้ทันตาเห็น อาจเป็นเครื่องบังเกิดความสำเร็จทางด้านธุรกิจได้ ศาสตราจารย์เควิน วอร์วิก ศาสตราจารย์วิชาเรื่องระบบควบคุมและ สื่อสารของเครื่องจักรและสิ่งมีชีวิตของมหาวิทยาลัยรีดดิงแห่งสหรัฐฯ ได้เสนอรายงานผลการศึกษา ต่อที่ประชุมของสถาบันพัฒนาบุคคลว่า การดื่มกาแฟช่วยให้บุคคลมีระดับเชาวน์สูงขึ้นได้ในระยะสั้นได้ถึง 3 จุด เขากล่าวว่าคุณประโยชน์ของมันจะเป็นเครื่องช่วยความสำเร็จในทางธุรกิจได้

ขณะเดียวกัน สถาบันสาธารณสุขแห่งชาติที่ฟินแลนด์ ได้รายงานผลการศึกษาวิจัยที่ได้ทำกับผู้ชาย ที่อยู่ในวัยระหว่าง 35-64 ปี เกือบ 7,000 คน และผู้หญิงอีก 7,700 คนว่าได้พบว่า การดื่มกาแฟ อาจจะช่วยป้องกันโรคเบาหวานแบบที่สอง ซึ่งมักเป็นกับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปได้ คนเป็นโรคเบาหวานเนื่องจากร่างกายดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งมีหน้าที่ทำให้เซลล์ต่างๆ ดูดซึมกลูโคสอันเป็นน้ำตาลในเลือด จนเหลือตกค้างอยู่ในเลือด

ในการศึกษาได้พบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟเป็นประจำวันละ 3-4 ถ้วย จะมีโอกาสเป็นโรคน้อยกว่าผู้ที่ไม่ชอบดื่มกาแฟถึง 29% ยิ่งถ้าเป็นคอกาแฟพันธุ์แท้ดื่มหนักถึงวันละตั้ง 10 ถ้วยขึ้นไปจะห่างจากโรคได้เกือบ 80% ทีเดียว

ถ้าจะถามว่าควรดื่มกาแฟวันละมากน้อยเท่าใด คงหามาตรฐานมาตอบไม่ได้ แต่ส่วนมากจะอยู่ที่วันละ 1-2 แก้ว ต้องดูตามความชอบ และสภาพร่างกายผู้ดื่ม โดยทั่วไป ดื่มให้อร่อยหรือพอใจ คงจะเหมาะสม แต่ก็ควรสังเกตลักษณะอื่นๆ โดยละเอียดดังนี้

ดื่มกาแฟตอนเย็น ทำให้นอนไม่หลับไหม หลายคนเคยมีประสบการณ์มาบ้าง แต่กาแฟก็มีผลต่อร่างกายแต่ละคนต่างกัน ถ้ากลัวว่าจะนอนไม่หลับให้ดื่มน้อยลงทว่ากาแฟมีผลในการขับปัสสาวะ อาจทำให้ต้องลุกเข้าห้องน้ำกลางดึก รบกวนการนอนได้

คนมีครรภ์ไม่ควรดื่มกาแฟ เพราะคาเฟอีนในกาแฟ จะส่งผลต่ออวัยวะภายในของทารกที่ยังอ่อนแออยู่

กาแฟ

เด็กเล็กไม่ควรดื่มกาแฟ โดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 10 ขวบ

หญิงลูกอ่อนที่คลอดลูกแล้ว 100 วัน และอยู่ในช่วงให้นมลูก ไม่ควรดื่มกาแฟ เพราะช่วง 100 วันนี้ ทารกต้องการน้ำนมบริสุทธิ์จากแม่ การดื่มอะไรเข้าไปจะส่งผลต่อทารกได้

คนเป็นโรคกระเพาะควรงดดื่มกาแฟ เพราะคาเฟอีนจะกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะ จะยิ่งเพิ่มกรดในกระเพาะให้อักเสบมากขึ้น

คนเป็นโรคหัวใจ ไม่ควรดื่มกาแฟ เพราะคาเฟอีน มีบทบาทในการกระตุ้นหัวใจ ทำให้เลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งกรณีนี้ไม่เป็นอันตรายต่อเด็กวัยรุ่นถ้าดื่มกาแฟ แต่ถ้าเป็นคนชราที่มีโรคหัวใจอยู่จะทำให้ประสิทธิภาพหัวใจดีเกินไป และหัวใจเสื่อมเร็ว จึงไม่ควรดื่มอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกาแฟที่เข้มข้นสูงควรหลีกเลี่ยง ยาระบาย.

percy daily detox การควบคุมน้ำหนัก หรือวิธีลดความอ้วน ให้ได้ผลดี นอกจากการเลือกดื่มน้ำผลไม้

percy daily detox การควบคุมน้ำหนัก หรือวิธีลดความอ้วน ให้ได้ผลดี นอกจากการเลือกดื่มน้ำผลไม้ หรือทานอาหารให้ครบทุกหมวดหมู่ ตามปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนแล้ว การรับประทานอาหารให้เป็นเวลา และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยควบคุมน้ำหนักตัวให้คงที่ได้เป็นอย่างดีนะคะ Detox your body :ล้างพิษทั่วร่างกาย ทำไมต้องล้างสารพิษ เมื่อสารพิษแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าทางปาก ทางหายใจ หรือทางผิวหนัง ก็จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดแล้วไปสะสมอยู่ตามอวัยวะส่วนต่างๆ ในร่างกาย ถ้าสารพิษละลายได้ดีในน้ำมันก็จะซ่อนตัวอยู่ตามเนื้อเยื่อ อวัยวะภายใน เซลล์ไขมัน กระดูก ผิว ผม ไปอีกนาน แต่ถ้าละลายได้ดีในน้ำ ร่างกายสามารถขับออกได้ หากสารนั้นไม่มีพิษแรงมาก ถึงเวลาแล้วที่เราต้องกำจัดสารพิษออกจากร่างกายก่อนที่จะสายไป ต่อไปเรามาดูวิธีล้างสารพิษของอวัยวะส่วนต่างๆในร่างกายเรากันเลยครับ percy daily detox.
percy daily detox
percy daily detox ลำไส้ : ล้างพิษด่านแรก

ลำไส้เป็นอวัยวะแรกที่สัมผัสกับสารพิษ ดังนั้นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งคือ ลดปริมาณสารพิษที่เรารับประทานเข้ามาไม่ให้ดูดซึมสู่ร่างกายได้และไล่ให้ขับถ่ายออกไปกับอุจจาระมากที่สุด

ไซเลียม ซีด ฮัสค์ (Psyllium Seed Husk)
ใยอาหารชนิดพองตัวในน้ำ เมื่ออยู่ในทางเดินอาหารจะกลายเป็นโครงสร้างเจล ทำหน้าที่กักสารพิษรวมถึงไขมันและน้ำตาล สารพิษจึงถูก percy daily detox
ดูดซึมได้ช้าและยากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้ระบบขับถ่ายทำงานมีประสิทธิภาพ ขนาดรับประทานที่แนะนำ 5-30 กรัม/วัน

ตับ : ศูนย์รวมสารพิษ

ตับได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งอวัยวะ เพราะเป็นผู้ควบคุมดูแลกิจการต่างๆ ของร่างกายเกือบทั้งหมด ตั้งแต่นำเข้า ส่งต่อ รับกลับ แปลงรูปกำจัดออก จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ตับต้องรับภาระหนักกับการจัดการสารพิษที่อยู่ในร่างกาย

เอ็น-อะซิติล-แอล-ซีสเตอีน (N-Acety-L- Cystein: NAC)

อนุพันธ์ของกรดอะมิโนซิสเตอีนที่ดูดซึมผ่านลำไส้เข้าสู่ตับได้ดี เพื่อให้ตับนำไปสร้างกลูตาไธโอนที่ช่วยต้านสารพิษ นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอดในผู้ป่วยโรคปอดให้ดีขึ้น ขนาดรับประทานที่แนะนำ 600-1,200 มก./วัน

กลูตาไธโอน (Glutathione)

กรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นสารตั้งต้นของเอนไซม์ Glutathione S-transferase ในการสะเทินสารพิษออกจากเซลล์ตับ นอกจากนี้ยังเป็นสารตั้งต้น Glutathione peroxidase ที่ช่วยทำลายอนุมูลอิสระโดยตรง ขนาดรับประทานที่แนะนำ 250 มก./วัน

แดนดิไลอ้อน (Dandelion)

พืชสมุนไพรที่นิยมใช้เพื่อขจัดสารพิษและเพิ่มประสิทธิภาพการทำลายสารพิษที่ตับ เนื่องจากมีฤทธิ์ส่งเสริมการทำงานของตับและเพิ่มการหลั่งน้ำดี นอกจากนี้ยังช่วยการกำจัดของเสียที่ไตและมีฤทธิ์ขับปัสสาวะตามธรรมชาติ ขนาดรับประทาน 550-1,100 มก./วัน

เลือด : กำจัดพิษจากตัวกลาง

เลือดเป็นของเหลวที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย จึงเป็นตัวนำพาสารพิษไปสู่อวัยวะต่างๆ จัดเป็นอีกส่วนสำคัญที่ต้องดูแลในการกำจัดสารพิษ

คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)

สารดีท็อกซ์ยอดฮิตช่วยให้เม็ดเลือดแดงสามารถลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์และอวัยวะต่างๆในร่างกายได้ดี สามารถฟอกเลือดให้สะอาดได้โดยการจับกับโลหะหนักต่างๆ แล้วกำจัดออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการขับถ่ายไม่ให้สารพิษมีโอกาสอยู่ในลำไส้นานเกินไปขนาดรับประทานที่แนะนำ 60-120 มก./วัน

อัลฟา ไลโปอิก แอซิด (Alpha Lipoic Acid; ALA)

ได้ชื่อว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระครอบจักรวาล เพราะสามารถละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมัน ซึ่งหมายถึงไม่ว่าสารพิษอยู่ที่ใด ALA ก็ตามไปจับมาได้ นอกจากนี้ยังเกิดกระบวนการคีเลชันกับสารพิษ ทำให้สารพิษที่จับกับ ALA แล้วละลายน้ำดีขึ้น จึงขับออกจากร่างกายได้ง่ายขึ้น ขนาดรับประทานที่แนะนำ 50-200 มก./วัน

กระเทียม (Garlic)

สมุนไพรและเครื่องเทศชนิดนี้อุดมด้วยสารต้านพิษกลิ่นเฉพาะตัวชื่อว่า S-Allyl Cysteine หรือ SAC ที่สามารถไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดและแพร่เข้าไปในตับกับไตได้ดี เพื่อทำลายอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง ลดไขมันในเลือด กระตุ้นภูมิต้านทาน และล้างพิษให้แก่อวัยวะต่างๆ ขนาดรับประทานที่แนะนำ 810-2,430 มก./วัน

ผิว : ทลายแหล่งเก็บสารพิษ

สำหรับสารพิษที่ชอบเดินทางไกล ผ่านตับ ผ่านกระแสเลือด percy daily detox จนมาสุดสายที่เนื้อเยื่อไขมันและผิวหนัง แล้วปักหลักอยู่กันยาว ผู้ที่จะต่อกรกับสารพิษจอมโหดนี้ได้ต้องซึมซาบมาถึงผิวหนังได้เช่นกัน

ไลโคพีน (Lycopene)

สุดยอดสารอาหารต้านพิษช่วยปรับภูมิต้านทานให้ต่อสู้กับเชื้อโรคและมะเร็งได้ดี ทำลายสารพิษที่สะสมไว้ในชั้นผิว ต้านการอักเสบ ต้นเหตุโรคหัวใจ ลดไขมันในเลือด และที่โดดเด่นสุดคือ ช่วยป้องกันอันตรายจากรังสียูวี พิษภัยเบอร์หนึ่งจากแสงแดด มิให้ทำลายคอลลาเจนที่พยุงความยืดหยุ่นให้แก่ผิวของเรา ขนาดรับประทานที่แนะนำ 10-30 มก./วัน

เบต้า -แคโรทีน (Beta-Carotene)

สารสีส้มในแครอทที่สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้เพื่อมาทำงานที่ตาและผิวหนัง เบต้า-แคโรทีนทำให้ผิวผ่องใส ป้องกันสารพันธุกรรมดีเอ็นเอจากสารพิษ และกระตุ้นภูมิต้านทาน ขนาดรับประทานที่แนะนำ 6 มก./วัน

ไต : ด่านสุดท้ายขับสารพิษ

ไตทำหน้าที่กรองของเสียและสารพิษออกจากเลือด การปกป้องไตต้องพึ่งพาการขับพิษจากอวัยวะอื่นร่วมด้วย เช่น ตับ ลำไส้ เพื่อให้สารพิษมีความเป็นพิษต่ำ

แครนเบอร์รี่(Cranberry)

ผลไม้สีแดงรสเปรี้ยวจัดทีมีสารโปรแอนโทไซยานิดิน ช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย E.coli ต้นเหตุกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ดี เพราะการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะอาจลุกลามสร้างปัญหาใหญ่ให้กับไต การป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบจึงมีความสำคัญมาก ขนาดรับประทานที่แนะนำ 1000 มก./วัน percy daily detox.

click อาหารเสริม อาหารบำรุงเลือด ในต่างประเทศนิยมนำว่านหางจระเข้มาคั้นน้ำแล้วดื่ม

click อาหารเสริม อาหารบำรุงเลือด ในต่างประเทศนิยมนำว่านหางจระเข้มาคั้นน้ำแล้วดื่มเพื่อกระตุ้นร่างกายให้ผลิตเลือด เนื่องจากว่านหางจระเข้อุดมไปด้วยคลอโรฟิลล์ กรดอะมิโน เอนไซม์ วิตามิน และแร่ธาตุหลากหลายชนิด ซึ่งมีคุณสมบัติในการชะล้างของเสีย ต้านอาการอักเสบ และส่งเสริมระบบไหลเวียนโลหิตให้ทำงานคล่องตัวมากขึ้น ผลไม้บำรุงเลือด 4 ชนิดที่ห้ามพลาด นอกจากอาหารบำรุงเลือดแล้ว ผลไม้บำรุงเลือดก็มีให้เลือกรับประทานด้วยเช่นกัน ดังนี้ค่ะ click อาหารเสริม.
click อาหารเสริม
click อาหารเสริม อาหารบำรุงเลือด

1. แก้วมังกร

ผลการวิจัยพบว่า แก้วมังกรเนื้อแดงดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต และมีธาตุเหล็กอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการสร้างเซลล์เม็ดเลือด

2. สตรอว์เบอร์รี

ด้วยคุณสมบัติของสตรอว์เบอร์รีที่มีวิตามินซีสูง จึงช่วยบำรุงเซลล์เม็ดเลือดแดง อีกทั้งเมล็ดเล็ก ๆ ที่อยู่ในเนื้อสตรอว์เบอร์รียังช่วยลำเลียงออกซิเจนในกระบวนการขจัดเลือดเสียได้เป็นอย่างดี

3. กล้วย

จากผลการวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ใน American Journal of Epidemiology เผยว่า การบริโภคกล้วยเป็นประจำทุกวันส่งผลดีต่อสุขภาพเลือด เพราะช่วยลดความเสี่ยงโรคลูคีเมีย โดยเฉพาะในเด็กช่วงอายุ 0-2 ปี click อาหารเสริม

4. แตงโม

จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยเนราดาในสหรัฐฯ เผยว่า หากบริโภคแตงโมเพียงครึ่งผลต่อวัน จะดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต เพราะกรดอะมิโนอาร์จีโนน์ (Arginine) ที่ร่างกายเปลี่ยนให้เป็นสารไนตริกออกไซด์ (Nitric oxide) ทำให้เลือดสมบูรณ์ขึ้นถึงร้อยละ 22 จึงช่วยป้องกันภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย และภาวะหลอดเลือดแข็งตัว

อ๊ะ ! แต่ถ้าอยากปรุงเมนูบำรุงเลือดให้อร่อยฟินกันเลย เราก็มีเมนูบำรุงเลือดมาฝากด้วยนะ

เมนูอาหารบำรุงเลือด

1. ไข่เจียวหมูสับใส่มะเขือเทศและตำลึง

2. กุ้งผัดบรอกโคลี

3. กระเพาะปลาเลือดหมู

4. ผัดดอกหอมใส่ตับ

5. แกงส้มมะรุม

6. ขนมปังทาเนยถั่ว+น้ำส้มคั้น

อาหารอะไรที่ต้องเลี่ยง

ที่สำคัญหากอยากเสริมธาตุเหล็ก จำเป็นต้องเลี่ยงหรือลดปริมาณการรับประทานอาหารดังต่อไปนี้ด้วยนะคะ เนื่องจากอาหารตามลิสต์ข้างล่าง จะเข้าไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กเข้าร่างกายนั่นเอง

1. นม เพราะมีแคลเซียมสูง

2. ชา กาแฟ ซึ่งมีสารแทนนิน

3. อาหารที่มีสารไฟเตท (Phytate) เช่น ข้าวไม่ขัดสี ถั่วเหลือง ใบชะพลู หัวผักกาด เป็นต้น

4. อาหารที่มีรสเค็มและอาหารไขมันสูง

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ต้องการธาตุเหล็กเสริมมากเป็นพิเศษ เช่น ในหญิงตั้งครรภ์ หรือบุคคลที่มีภาวะโลหิตจาง รวมไปถึงผู้สูงอายุที่เกิดอาการเบื่ออาหารจนได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอต่อร่างกาย สามารถกินยาบำรุงเลือดได้อีกทางหนึ่ง

ยาบำรุงเลือด

โดยส่วนมากแล้วยาบำรุงเลือดมักจะมาในรูปแบบยาเม็ดเฟอร์รัสซัลเฟต (Ferrous Sulfate Tablets) ลักษณะเม็ดยาจะมีสีดำ ประกอบด้วยธาตุเหล็ก 17 มิลลิกรัม ใช้กินวันละ 1-2 เม็ด click อาหารเสริม วันละ 1-3 ครั้งหลังอาหาร แนะนำให้รับประทานติดต่อกันเป็นเวลา 1-2 เดือน และควรจะกินร่วมกับวิตามินซีเพื่อช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กเป็นไปได้ด้วยดี

อาหารบำรุงเลือด

ยาบำรุงเลือดเหมาะกับใคร

ยาบำรุงเลือดเหมาะสำหรับผู้ที่เสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางเนื่องจากขาดเหล็ก ซึ่งกลุ่มคนที่เข้าข่ายมีดังนี้

เด็กเล็ก วัยรุ่น และผู้สูงอายุที่เบื่ออาหารหรือกินอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ

หญิงตั้งครรภ์

หญิงที่มีเลือดประจำเดือนออกมาก

ผู้ที่เป็นโรคพยาธิปากขอ

ผู้ที่กินมังสวิรัติไม่ถูกหลัก

ผลข้างเคียงของยาบำรุงเลือด

อาจระคายเคืองกระเพาะอาหาร มีอาการปวดมวนท้อง คลื่นไส้ หรือถ่ายเหลวได้

อุจจาระเป็นสีดำ เป็นผลจากสีธาตุเหล็กในตัวยา ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หากหยุดกินยาบำรุงเลือด อุจจาระจะกลับมาเป็นปกติภายใน 1 สัปดาห์

ข้อควรระวังในการใช้ยาบำรุงเลือด

ยาธาตุเหล็กบำรุงเลือดไม่ควรใช้กับผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย เพราะโรคนี้ผู้ป่วยจะมีเหล็กสะสมอยู่ในร่างกายมากเกินอยู่แล้ว ถ้ารับธาตุเหล็กเพิ่มเข้าไปอีกอาจทำให้เป็นโรคตับแข็ง เบาหวาน หัวใจโต และประสาทส่วนปลายอักเสบได้

อย่างไรก็ตามหากอยากบำรุงระบบเลือดให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายด้วยนะคะ เพราะอย่าลืมว่า เลือดของเราก็มีน้ำเป็นส่วนประกอบค่อนข้างมาก และการดื่มน้ำที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายยังสามารถช่วยชะล้างสารพิษและสิ่งตกค้างภายในร่างกายได้เป็นอย่างดี คราวนี้เลือดก็จะสะอาด ไหลเวียนกันอย่างสะดวกโยธินไปเลย click อาหารเสริม.

bioastin คณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ข้อมูลว่า

bioastin คณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ข้อมูลว่าสาหร่ายเกลียวทองเป็นสาหร่ายที่มีโปรตีนสูง ถึง 60-70% เมื่อเปรียบเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ เช่น ถั่วเหลือง ซึ่งให้โปรตีนเพียง 37% และยังพบว่าโปรตีนของสาหร่ายเกลียวทองมีปริมาณสูงกว่าเนื้อสัตว์ นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยกรดแกมม่าไลโนเลนิก(GLA) ซึ่งกรดนี้มีคุณสมบัติช่วยลดไขมันในเลือด ลดความดันโลหิต บรรเทาอาการข้ออักเสบ ปวดประจำเดือน และสิวฝ้า, วิตามิน B12 ซึ่งถ้าขาดวิตามินนี้ก็จะทำให้เกิดโรคโลหิตจางได้ , วิตามินA ซึ่งอยู่ในรูปเบตาแคโรทีน มีบทบาทในการลดอนุมูลอิสระ ดังนั้นจึงนำมาใช้เป็นสารต้านมะเร็งชนิดต่างๆ และสาหร่ายนี้ยังเป็นแหล่งที่มีวิตามินE, วิตามินC ,วิตามิน B1, B12 และไนอาซีนสูง นอกจากวิตามินต่างๆแล้วยังมีเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายอีกมากมาย เช่น ธาตุเหล็ก สังกะสี แมงกานีส ทองแดง เซเลเนียม แคลเซียม และยังประกอบด้วยสีเขียวของคลอโรฟิลล์อีกด้วย
ที่ประเทศญี่ปุ่นมีการศึกษาสไปรูลิน่าในด้านเป็นอาหารเสริมวันละ 6-10 กรัม (12-20 เม็ด หรือแคปซูล) ในปริมาณเช่นเดียวกันนี้ นักกีฬาและนักวิ่ง ฯลฯ ก็จะสามารถเพิ่มพูนกำลังได้เช่นเดียวกัน และสิ่งที่น่าทึ่งอย่างหนึ่งก็คือมีนักปราชญ์ชาวญี่ปุ่นชื่อโทรุ มัทซุอิ สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่รับประทานอาหารอื่นใดเลยนอกจากสาหร่ายเกลียวทอง และสาหร่ายอื่นบ้างเป็นเวลา 15 ปี โดยไม่ปรากฏผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด เราอาจจะพบสาหร่ายสไปรูลิน่าในรูปของเม็ด แคปซูล หรือเป็นผง เราสามารถรับประทานเป็นอาหารเสริมได้หลายรูปแบบ การบริโภคสไปรูลิน่าจะได้ผลเร็วหรือช้านั้นขึ้นอยู่กับ อายุ ความเครียด นิสัยการบริโภค ปริมาณสารเคมีหรือสารตกค้างในร่างกาย ความรุนแรงของโรค การบริโภคสาหร่ายในปริมาณที่เพียงพออย่างต่อเนื่อง ปริมาณการออกกำลังกายและการพักผ่อน โดยทั่วไป 3 วันแรก จะได้ปฎิกิริยาตอบรับ ร่างกายจะมีการปรับตัวมีการตอบรับที่ดีขึ้น ปัญหาสุขภาพที่มีอยู่จะค่อย ๆ ดีขึ้น ในเดือนที่ 3-5 ก็จะฟื้นฟูจนปกติ ยกเว้นผู้ที่ร่างกายทรุดโทรมมากจนเซลล์ที่ประกอบเป็นอวัยวะเสียไปหมดแล้วก็ จะไม่สามารถฟื้นฟูได้ bioastin.

bioastin

bioastin สารต้านอนุมูลอิสระ อันทรงประสิทธิภาพ สกัดจากสาหร่ายสีแดง “ฮีมาโตคอกคัส พลูเวลิส” ที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศสวีเดน สาหร่ายสีแดงนี้ สร้างสาร “แอสตาแซนธิน” ซึ่งเป็นสารมีสีแดง จัดอยู่กลุ่มแคโรทีเนอยด์ มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อปกป้องตัวเอง จากการถูกน้ำทะเลชะล้าง และแสงแดดแผดเผา สามารถพบในปลาแซลมอน กุ้ง นกบางชนิด แต่พบในปริมาณที่น้อยมาก (แซลมอน 200 กรัม ให้แอสตาแซนธิน ได้เพียง 1 มก.เท่านั้น) แอสตาแซนธิน จึงพบในสาหร่ายสีแดงมากที่สุด

สาหร่ายแดง ( แอสตาแซนธิน ) @ บิวเบอร์รี่ การสกัดสารต้านอนุมูลอิสระ อันทรงประสิทธิภาพ bioastin

สาหร่ายแดง
มาตรฐานอันดับ 1 ของยุโรป

ผลิตภายใต้มาตรฐานการผลิตชั้นสูง เพื่อให้ได้มาซึ่ง แอสตาแซนธิน (สารต้านอนุมูลอิสระ) ชนิดเข้มข้นและบริสุทธิ์

นักวิทยาศาสตรของออริเฟลม ได้ค้นพบว่า มีสาหร่ายสีแดง สายพันธุ์ Haematococcus Pluvialis ที่อุดมไปด้วยแอสตาแซนธิน และสามารถเจริญเติบโตได้ในห้องทดลอง ใช้เวลากว่า 10 วัน ในการเพาะเลี้ยงสาหร่ายสีแดง เพื่อให้ได้มาซึ่งสารสกัดแอสตาแซนธิน
กระบวนการ คือ นำเอาสาหร่ายที่โตเต็มที่ มาอยู่ในสภาวะกดดัน เช่น การอบรังสียูวี เพื่อให้เกิดการสังเคราะห์ สารแอสตาแซนธินในสาหร่าย หลังจากนั้นจะเกิดเป็นสาหร่ายสีแดง ที่อุดมไปด้วยสารแอสตาแซนธินขึ้น นำมาทำให้แห้ง และบดละเอียดให้เป็นผง แล้วนำมาบรรจุในแคปซูล เป็น สวีดิช บิวตี้ คอมเพล็กซ์ สารต้านอนุมูลอิสระ อันทรงประสิทธิภาพ

แอสตาแซนธินเป็นสารที่ละลายไขมัน(Lipid) และสามารถผ่านเข้าไปในทุกอวัยวะในร่างกายได้ อาทิเช่น ตา สมอง ระบบหัวใจและหลอดเลือด ผิวหนังจึงช่วยลดอาการอักเสบและกำจัดอนุมูลอิสระได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง
สุขภาพดวงตา     สุขภาพสมอง     ระบบหัวใจและหลอดเลือด
แอสตาแซนธิน แตกต่างจากเบต้าแคโรทีนตัวอื่นและวิตามินอี ตรงที่มีออกซิเจนโมเลกุลสองตำแหน่ง จึงเพิ่มความสามารถไม่เพียงแค่ดักจับอนุมูลอิสระ แต่ยังหยุดการทำลายปฏิกิริยาลูกโซ่อนุมูลอิสระอันจะนำไปสู่การเกิดโรคต่างๆขึ้น เนื่องจากสูตรโครงสร้างทางเคมีที่โดดเด่นนี้เอง แอนตาแซนตินจึงได้รับการยกสถานะขึ้นเป็น แคโรทีนอยด์อีกชนิดหนึ่ง ในนามของ แซนโทฟิลส์ ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่า

ปกป้องเซลล์ในร่างกาย ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ  โรคเบาหวาน เป็น สภาวะความผิดปกติที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง มีสาเหตุมากจาก การทำงานผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน (สร้างจากตับอ่อน) ซึ่งมีหน้าที่ในการเก็บน้ำตาล กลับไปไว้ที่ตับและกล้ามเนื้อ ส่งผลให้มีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงตามมา
มีผลการศึกษาพบว่า อนุมูลอิสระที่เหนี่ยวนำ bioastin มาจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงนั้น เป็นส่วนหนึ่ง ในการส่งผลให้มีการดำเนินของโรค และอาการแทรกซ้อน จากโรคเบาหวานขึ้น ได้แก่ ตาบอด ไตวาย ถูกตัดแขนหรือขา

ฟื้นฟูสภาพผิวแอสตาแซนธิน มีความสำคัญในการ ช่วยคงความสดใส และดูมีสุขภาพดีของผิวหนัง อาหารที่ไร้ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินและแร่ธาตุ รวมถึง มลภาวะ การสูบบุหรี่ และรังสียูวี ส่งผลให้ผิวหนังของเราหม่นหมอง และไร้ชีวิตชีวา แอสตาแซนธิน ปกป้องผิวหนัง จากการเข้าทำร้ายของอนุมูลอิสระ ยิ่งไปกว่านั้น ยังช่วยฟื้นฟูสภาพผิว หลังจากการโดนแสงแดด และ รังสียูวีเอ ยูวีบีแผดเผาอีกด้วย พบว่า รังสียูวี และมลพิษทางอากาศ จะดึงเอาสารอาหารที่จำเป็น ต่อการใช้เป็นเกราะกำบังของผิวหนัง ผลที่ตามมาคือ ผิวหนังจะเริ่มแห้ง และไร้สุขภาพดูหมองคล้ำ แอสตาแซนธิน จะออกฤทธิ์ช่วยให้ผิวหนังที่แห้งคล้ำ กลับมีความชุ่มชื้น เพิ่มน้ำและความยืดหยุ่น มอบน้ำมันธรรมชาติแก่ผิว และช่วยให้เกิดความสมดุลของเกราะกำบังผิว

ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อดวงตาแอสตาแซนธิน ลดความเมื่อยล้าของดวงตา และช่วยปรับโฟกัสของดวงตาได้อย่างไร? แอสตาแซนธิน ต่อต้านการทำลายของอนุมูลอิสระ เนื่องจาก มีคุณสมบัติละลายในไขมัน จึงสามารถซึมผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เยื่อหุ้มเซลล์สองชั้นที่กล้ามเนื้อตา แอสตาแซนธิน ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ที่เส้นเลือดฝอยที่มาเลี้ยงจอตา กล่าวคือ เลือดจึงสามารถมาหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อ ที่ทำหน้าที่ปรับย่อขยายเลนส์ตาได้ดีขึ้น

ชะลอความชรา ลดรอยเหี่ยวย่นกลไกการทำงานของ แอสตาแซนธิน พิสูจน์แล้วว่า ช่วยป้องกันเซลล์ จากการเกิดการแก่ก่อนวัย และการถูกทำลาย ดังนั้น ผลประโยชน์ที่ทราบในปัจจุบัน ได้แก่ บำรุงสุขภาพผิว เพิ่มความแข็งแรง ของการทำงานของกล้ามเนื้อ และ เพิ่มความทนทาน ช่วยลดอาการของภาวะธาตุพิการ (อาหารไม่ย่อย) ช่วยในการมองเห็น bioastin.

healthway grape seed การใช้สารสกัดจากเมล็ดองุ่นให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

healthway grape seed การใช้สารสกัดจากเมล็ดองุ่นให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การเลือกใช้สารสกัดจากเมล็ดองุ่น จำเป็นที่จะต้องพิจารณาปริมาณของสารเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพที่เหมาะสม ซึ่งโดยปกติแล้ว สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ควรมีปริมาณสาร POC อยู่ที่ประมาณ 92-95% ถ้าหากต้องการใช้เพื่อรักษาสุขภาพ ควรเลือกใช้สารสกัดจากเมล็ดองุ่นประมาณวันละ 50-100 มิลลิกรัม แต่หากต้องการใช้เพื่อบำบัดโรค ควรใช้ในปริมาณวันละ 150-300 มิลลิกรัม ข้อควรระวังในการรับประทานสารสกัดจากเมล็ดองุ่น ในปัจจุบันยังไม่มีรายงานทางวิทยาศาสตร์ว่า การรับประทานสารสกัดจากเมล็ดองุ่นจะทำให้เกิดผลข้างเคียงขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม สาร OPC ภายในเมล็ดองุ่น อาจจะทำให้เกิด “อาการโลหิตแข็งตัวช้า” เนื่องจากความเข้มของเลือดลดลง จนทำให้เกิดอาการเลือดไหลไม่หยุดได้ ถ้าหากใช้ร่วมกับยาละลายลิ่มเลือด healthway grape seed.
healthway grape seed
healthway grape seed ดังนั้น ผู้ที่กำลังใช้ยาละลายลิ่มเลือดอยู่ หรือมีปัญหาเลือดแข็งตัวช้า ควรทำการปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้สารสกัดจากเมล็ดองุ่น รวมไปถึงเด็กและสตรีที่กำลังตังครรภ์ หรือให้นมบุตร ไม่ควรรับประทานสารสกัดจากเมล็ดองุ่น

เมล็ดองุ่นมีสารประกอบที่สำคัญคือ วิตามินอี flavonoids, linoleic acid, และ OPCs เปลือกของผลองุ่นก็มีสารประกอบเหล่านี้เช่นเดียวกัน แต่มีปริมาณน้อยกว่า ในน้ำองุ่นและไวน์ก็มีสารประกอบ OPCs เช่นเดียวกัน แต่มีปริมาณน้อยกว่าในเมล็ด นอกจากนั้น ผลองุ่นยังมีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มเดียวกับ OPCs อีกชนิดหนึ่งเรียกว่า resveratrol ซึ่งส่วนใหญ่พบในบริเวณผิวหนัง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน และกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาถึงคุณสมบัติในการบำบัดรักษาโรคหลายชนิด healthway grape seed

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น

คุณค่าทางยาและโภชนาการขององุ่น ได้รับการยอมรับมาเป็นเวลายาวนานหลายพันปีแล้ว ชาวอียิปต์รับประทานองุ่นกันมาเป็นเวลากว่า 6 พันปี บรรดานักปราชญ์ชาวกรีกโบราณชื่นชมสรรพคุณทางยาของผลองุ่น โดยเฉพาะในรูปของไวน์ หมอพื้นบ้านในยุโรปใช้น้ำมันที่สกัดจากเถาองุ่นในการรักษาโรคผิวหนังและโรคตา

ใบองุ่นมีสรรพคุณในการห้ามเลือด ลดอาการอักเสบและเจ็บปวดอันเนื่องมาจากพยาธิสภาพบางชนิด อาทิ ริดสีดวงทวาร เป็นต้น ผลองุ่นที่ยังไม่สุกมีสรรพคุณในการรักษาอาการเจ็บคอ ผลองุ่นตากแห้งมีสรรพคุณในการรักษาอาการท้องผูกและร้อนใน

ผลองุ่นสุกมีสรรพคุณในการรักษาโรคหลายชนิด รวมทั้งมะเร็ง อหิวาตกโรค ฝีดาษ อาการคลื่นเหียน ตาแดง และโรคที่เกี่ยวกับผิวหนัง ไตและตับ

เชื่อกันว่า สารเคมีหลายชนิดในผลองุ่น โดยเฉพาะ oligomeric proanthocyanidin complexes (OPCs) มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) บางคนเชื่อว่าสารเหล่านั้นมีสรรพคุณทางยาในการรักษาโรคหลายชนิด ตั้งแต่โรคหัวใจไปจนกระทั่งถึงโรคมะเร็งและทำให้ผิวหนังเต่งตึง แม้จะยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจนก็ตาม

อย่างไรก็ดี มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจนว่า สารสกัดจากเมล็ดองุ่นมีสรรพคุณในการรักษาโรคเส้นเลือดขอด (chronic venous insufficiency– CVI) และโรคบวมน้ำ (Edema) การศึกษาจากอาสาสมัครที่มีสุขภาพดีกลุ่มหนึ่งพบว่า การรับประทานสารสกัดจากเมล็ดองุ่นทำให้ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สารต้านอนุมูลอิสระนั้น มีคุณสมบัติช่วยทำลายอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสารพิษในร่างกายที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ บางกรณีอาจทำให้เซลตายได้ healthway grape seed เชื่อกันว่าอนุมูลอิสระเป็นต้นเหตุของการชราภาพ รวมทั้งก่อให้เกิดโรคร้ายแรงหลายชนิด รวมทั้งโรคหัวใจและมะเร็ง

ลักษณะขององุ่น

องุ่นเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียบริเวณใกล้ ๆ ทะเลแคสเปียน แต่ถูกนำไปปลูกในอเมริกาเหนือและยุโรปในเวลาต่อมา องุ่นเป็นไม้เถา มีใบขนาดใหญ่ลักษณะเป็นแฉก เถาองุ่นมีเปลือกที่ลอกออกได้เองเมื่อแก่จัด ผลองุ่นมีหลายสี อาทิ เขียว แดง และม่วง

สารสำคัญในองุ่น

เมล็ดองุ่นมีสารประกอบที่สำคัญคือ วิตามินอี flavonoids, linoleic acid, และ OPCs เปลือกของผลองุ่นก็มีสารประกอบเหล่านี้เช่นเดียวกัน แต่มีปริมาณน้อยกว่า ในน้ำองุ่นและไวน์ก็มีสารประกอบ OPCs เช่นเดียวกัน แต่มีปริมาณน้อยกว่าในเมล็ด นอกจากนั้น ผลองุ่นยังมีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มเดียวกับ OPCs อีกชนิดหนึ่งเรียกว่า resveratrol ซึ่งส่วนใหญ่พบในบริเวณผิวหนัง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน และกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาถึงคุณสมบัติในการบำบัดรักษาโรคหลายชนิด

ประโยชน์ทางการแพทย์และแนวโน้ม

ปัจจุบันมีการใช้สารสกัดจากเมล็ดองุ่นในการเยียวยาปัญหาสุขภาพหลายชนิดที่เกิดจากพิษของอนุมูลอิสระ อาทิ โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง เป็นต้น ผลการศึกษาในสัตว์ทดลองสนับสนุนการใช้สารสกัดจากเมล็ดองุ่นในการรักษาโรคเหล่านั้น

ผลการศึกษาพบว่า สาร flavonoids ที่พบในไวน์แดงช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอล LDL ซึ่งเป็นโคเลสเตอรอลชนิด “เลว” ทำให้หัวใจแข็งแรง กล่าวกันว่าชาวฝรั่งเศสมีสถิติเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าชาวอเมริกันอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่นิยมรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงเหมือนกัน เนื่องจากชาวฝรั่งเศสนิยมดื่มไวน์แดง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันได้ชัดเจนว่า สารสกัดจากเมล็ดองุ่นช่วยลดการเป็นโรคหัวใจได้จริงหรือไม่ นักวิจัยบางรายชี้ว่า ชาวฝรั่งเศสส่วนใหญ่มีสุขภาพหัวใจดีเพราะแอลกอฮอล์จากไวน์มากกว่าสาร flavonoids ขณะที่นักวิจัยอีกกลุ่มหนึ่งเชื่อว่า ทั้งแอลกอฮอล์และสาร flavonoids ต่างก็มีส่วนช่วยให้ชาวฝรั่งเศสมีสุขภาพหัวใจแข็งแรง

สมาคมสุขภาพหัวใจอเมริกัน (American Heart Association) และองค์การด้านสุขภาพอีกหลายองค์กรไม่สนับสนุนการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันโรคหัวใจ ด้วยเหตุผลว่า การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ มีความเสี่ยงต่อการเสพติดและปัญหาร้ายแรงอื่น ๆ เช่น อุบัติเหตุในการขับขี่รถยนต์ เป็นต้น ทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคตับ โรคมะเร็งเต้านม และโรคอ้วน อีกต่างหาก ผลการศึกษาพบว่าผู้ชายไม่ควรดื่มไวน์เกินกว่าวันละ 2 แก้วและผู้หญิงไม่ควรดื่มไวน์เกินกว่าวันละ 1 แก้ว healthway grape seed.

ยาสีฟันสมุนไพร ฟันเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อเรามากอย่างหนึ่ง หากฟันของเราเสีย

ยาสีฟันสมุนไพร ฟันเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อเรามากอย่างหนึ่ง หากฟันของเราเสีย ผุ หรือเป็นโรค นอกจากจะทำาให้เรามีบุคลิกที่ไม่ดี แล้วยังทำาให้ร่างกายไม่สมบูรณ์แข็งแรง และเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ การแปรงฟันอย่างถูกวิธีและเป็นประจำ จะช่วยรักษาฟันและเหงือกให้สะอาดและแข็งแรง แปรงสีฟันและยาสีฟันจึงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการทำาความสะอาดฟัน  ยาสีฟันที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้มีส่วนประกอบของสารเคมีสังเคราะห์เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสารทำความสะอาด สารกันบูด สารแต่งสี รสและกลิ่น รวมทั้งยาฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ตามความเป็นจริงมีสารธรรมชาติที่เราสามารถนำมาทำความสะอาดฟันได้อย่างสะอาดหมดจด อีกทั้งทำให้ฟันและเหงือกแข็งแรง นอกจากนั้นสมุนไพรหลายชนิดก็มีคุณสมบัติช่วยรักษาและป้องกันโรคฟันและโรคเหงือกได้เป็นอย่างดี รวมทั้งทำให้ปากสะอาด ลมหายใจสดชื่น ยาสีฟันสมุนไพร.
ยาสีฟันสมุนไพร
ยาสีฟันสมุนไพร ส่วนประกอบพื้นฐานของยาสีฟันแนวธรรมชาติ (Natural Toothpaste)
ยาสีฟันแนวธรรมชาติ (Natural toothpastes) โดยทั่วไปจะไม่ใช้สารขัดถูที่มีส่วนประกอบของอลูมินัม แต่จะใช้สารประกอบของแคลเซียม เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต รวมทั้งใช้เกลือแกง(Sodium Chloride) ผงฟูหรือโซเดียมไบคาร์บอเนต(Sodium bicarbonate) ปริมาณการใช้สารขัดถูในการผลิตยาสีฟันนั้น มีการใช้ตั้งแต่ 2-50 % โดยน้ำหนัก ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.45-2516) กำาหนดให้สารขัดถูในผลิตภัณฑ์ยาสีฟันที่ผลิตออกจำหน่าย ต้องมีปริมาณสารขัดถูไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 โดยน้ำหนัก

สารทำความสะอาด (Foaming Agents)
ยาสีฟันแนวธรรมชาติ จะใช้สบู่ธรรมชาติ (สบู่ที่ผลิตจากน้ำมันพืชและสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์) เป็นสารทำความสะอาด บดเป็นผงใช้เป็นส่วนผสมในยาสีฟัน ใช้ในปริมาณ 1-2 % โดยน้ำหนัก ยาสีฟันสมุนไพร

สารให้ความชุ่มชื้น (Humectant)
สารให้ความชุ่มชื้นนี้ใช้ในกรณีที่ผลิตยาสีฟันเหลวบรรจุหลอด ถ้าผลิตยาสีฟันผง ก็ไม่ต้องใช้สารให้ความชุ่มชื้นนี้ทำหน้าที่ดูดความชื้นเอาไว้ เพื่อไม่ให้ยาสีฟันแข็งตัว ยังคงความเหลวอยู่  ยาสีฟันแนวธรรมชาติจึงใช้กลีเซอรีนหรือซอร์บิทอลที่ได้จากพืช ในอัตราความเข้มข้น 15-30% ปริมาณที่ใช้ประมาณ 10-30% โดยน้ำหนัก

สารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (Antibacteria agents)
สารนี้ไม่ได้เป็นสารหลักในยาสีฟัน แต่เป็นสารที่ใส่เพิ่มเข้าไปในยาสีฟันเพื่อช่วยลดจำานวนแบคทีเรียในช่องปาก ยาสีฟันแนวธรรมชาติที่ใช้ผงฟู หรือโซเดียมไบคาร์บอเนตเป็นสารขัดถู ยาสีฟันสมุนไพร ก็จะได้สรรพคุณในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วย นอกจากนั้นสมุนไพรหลายชนิดทั้งในรูปของสมุนไพรแห้งบดเป็นผง และน้ำมันสกัดสมุนไพรก็มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และรักษาโรคในช่องปากได้ดี เช่น กานพลูอบเชย เทียนข้าวเปลือก เป็นต้น

สารปรุงแต่งกลิ่นและรส (Flavors)
สารปรุงแต่งกลิ่นและรสนี้เติมเข้าไป ก็เพื่อทำให้ยาสีฟันน่าใช้ยิ่งขึ้น ใช้แล้วรู้สึกปากสะอาดสดชื่นมากขึ้น รสที่นิยมใช้กันทั่วไปก็คือ เมนทอล เปเปอร์มินท์ สเปียร์มินท์ เป็นต้น ยาสีฟันแนวธรรมชาติจะใช้สารสกัดและน้ำมันสกัดจากสมุนไพร ซึ่งมีมากมายหลายชนิดที่สามารถนำมาเติมลงในยาสีฟัน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มกลิ่นและรสแล้ว สมุนไพรหลายตัวยังเพิ่มคุณสมบัติรักษาโรคในช่องปากได้อีกด้วย เช่น การบูร กานพลู ขิง อบเชย เทียนข้าวเปลือก เทียนสัตตะบุศย์ ผักชีฝรั่ง ผักชีลาว สะระแหน่ แมงลัก ลูกจันทร์เทศ ลูกกระวาน โป๊ยกั๊ก เป็นต้น

วันนี้ขอแนะนำสูตรยาสีฟันจากธรรมชาติ 1  สูตร ดังนี้

ยาสีฟันข่อยรสเปเปอร์มินท์
ส่วนผสม
1.ผงแคลเซียมคาร์บอเนต 3 ช้อน
2.ผงฟู 2 ช้อน
3. เกลือป่น 1 ช้อน
4. น้ำมันปเปอร์มินท์  10 หยด
5.ผงข่อย 1 ช้อน
วิธีทำ
1. ผสมผงแคลเซียมคาร์บอเนต ผงฟู และเกลือแกง คนให้เข้ากัน
2. ผสมผงข่อยเข้ากับส่วนผสมอื่นๆ
3. หยดน้ำมันเปเปอร์มินท์เข้ากับส่วนผสม คนให้เข้ากัน
4. บรรจุใส่กระปุกมีฝาปิด เก็บไว้ใช้แปรงฟัน ยาสีฟันสมุนไพร.

ครีมน้ำผึ้งป่า วันนี้เรามีสูตรพอกหน้ารักษาสิวให้สาวๆที่อยากหน้าใสมาฝากกันถึง 5 สูตรเลยคับ

ครีมน้ำผึ้งป่า วันนี้เรามีสูตรพอกหน้ารักษาสิวให้สาวๆที่อยากหน้าใสมาฝากกันถึง 5 สูตรเลยคับ เป็นสูตรพอกหน้าด้วยธรรมชาติ นั่นก็คือ “น้ำผึ้ง” นั่นเอง เพราะน้ำผึ้งมีสรรพคุณบำรุงผิวและรักษาสิวได้พร้อมกัน ไปลองทำตามกันได้เลยจ้า
สูตรที่ 1 : น้ำผึ้งแท้ 3 ช้อนโต๊ะ และ น้ำตาลทรายประมาณ 1 ถ้วย
วิธีใช้ : นำน้ำผึ้งและน้ำตาลทรายมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาสครับผิวหน้าขณะอาบน้ำให้ทั่ว ยกเว้นการสครับในตำแหน่งที่มีสิวนะคับ ไม่เช่นนั้น สิวจะยิ่งอักเสบมากขึ้นได้ สครับเพียง 1-2 นาทีเท่านั้นจากนั้นล้างหน้าให้สะอาดค่ับ
สูตรที่ 2 : น้ำผึ้งแท้ 1-2 ช้อนโต๊ะ
วิธีใช้ : เพียงนำน้ำผึ้งมาทาหน้าให้ทั่วแล้วนวดคลึงอย่างเบามือให้ทั่วใบหน้าคับ น้ำผึ้งจะช่วยดูดซับสิ่งสกปรกบนผิวให้หลุดออกอย่างอ่อนโยนและป้องกันสิวใหม่ไม่ให้เกิดขึ้นไปในตัว นอกจากนี้ ยังช่วยบำรุงผิวให้นวลนุ่มอ่อนเยาว์น่าสัมผัสมากยิ่งขึ้นอีกด้วย สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวันเป็นประจำเลยคับ แต่ควรหลีกเลี่ยงการนวดจุดที่เป็นสิวนะคับ ไม่เช่นนั้น ก็อาจเป็นการรบกวนสิวให้อักเสบบวมมากขึ้นนั่นเอง นวดเพียง 5-10 นาที จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นคับ ครีมน้ำผึ้งป่า.
ครีมน้ำผึ้งป่า
ครีมน้ำผึ้งป่า สูตรที่ 3 : อบเชย 1 ช้อนชาและน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีใช้ : ให้นำส่วนผสมทั้งสองอย่างมาผสมให้เข้ากันคับ จากนั้นนำมาพอกหน้าให้ทั่ว โดยพอกไว้ 1 ชั่วโมง จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น อบเชยเป็นสมุนไพรเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอมเหมาะสำหรับนำมาปรุงอาหารให้มีอรรถรสมากขึ้น หากขณะเดียวกัน มันกลับมีคุณสมบัติช่วยในการยับยั้งและต่อต้านการเกิดแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ดีเช่นกัน

สูตรที่ 4 : น้ำอุ่น 1/2 ถ้วย เกลือ 1/4 ช้อนชาและน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

วิธีใช้ : สำหรับสูตรนี้ทำด้วยกันถึง 2 ขั้นตอนคับ โดยขั้นตอนแรกนั้นให้นำน้ำอุ่นและเกลือมาผสมให้เข้ากันจากนั้นนำคอตตอลบัตมาจุ่มลงในน้ำเกลือแล้วทาสิวทิ้งไว้ 5-10 นาที มันจะมีปฏิกิริยาในการช่วยฆ่าเชื้อสิวและต่อต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรียพร้อมกัน จากนั้นล้างหน้าให้สะอาด ซับหน้าให้แห้งด้วยสำลีแล้วป้ายด้วยน้ำผึ้งทิ้งไว้อีกราว 10 นาที จึงล้างหน้าให้สะอาดคับ

สูตรที่ 5 : น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาว 1 ช้อนชา

วิธีใช้ : นำส่วนผสมทั้งสองอย่างมาผสมให้เข้ากันคับ จากนั้นนำมาพอกหน้าให้ทั่วแล้วทิ้งไว้ 15-20 นาที สูตรนี้เป็นสูตรนิยมและทำง่ายมากในบรรดาสาวๆ ที่รักผิว ซึ่งน้ำมะนาวจะช่วยฆ่าเชื้อสิว ผลัดเซลล์ผิวให้ขาวกระจ่างใส ส่วนน้ำผึ้งมีคุณสมบัติช่วยเติมความชุ่มชื้น ทำให้ผิวหน้าอ่อนเยาว์ขาวนวลและไร้ปัญหาสิวกวนใจได้อย่างแน่นอน ครีมน้ำผึ้งป่า

หากสาวๆ ทำตามสูตรเหล่านี้ขณะมีสิว รับรองคับว่าจะช่วยรักษาสิวได้อยู่หมัดและมันยังช่วยลดเลือนรอยสิวดำๆ ให้จางหายไปโดยเร็วอีกด้วย ไม่ลองทำไม่ได้แล้วนะจ๊ะ แต่ถ้าสาวๆที่ไม่มีเวลาว่างมาทำตามสูตรนี้ มีอีกตัวช่วยที่สามารถใช้แทนได้นั่นก็คือ “ครีมน้ำผึ้งป่า” เป็นครีมที่มีส่วนผสมจากน้ำผึ้งป่าจากธรรมชาติ 100% ซึ่งน้ำผึ้งป่ามีสรรพคุณดีกว่าน้ำผึ้งทั่วไปอีกด้วย

ครีมน้ำผึ้งป่า เป็นครีมที่สามารถรักษาสิวและลดเลือนริ้วรอย สรรพคุณอัดเต็มภายในกระปุกเดียว ทดสอบแล้วจากผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้ สนใจสอบถามได้เลยคับ

หลายคนคงเคยสงสัยว่า “น้ำผึ้งป่า” กับ “น้ำผึ้งเลี้ยง” แตกต่างกันอย่างไร? น้ำผึ้งแบบไหนดีกว่ากัน? บางคนบอกว่าน้ำผึ้งป่าสิดี หวาน หอมกว่าน้ำผึ้งเลี้ยงเยอะ แถมยังเป็นน้ำผึ้งแท้ 100% อีกด้วย จริงหรือเปล่านะ?

น้ำผึ้งป่าไม่ได้ดีกว่าน้ำผึ้งเลี้ยง
เคยมีนักวิทยาศาสตร์นำน้ำผึ้งที่ได้จากป่ากับน้ำผึ้งที่ได้จากการเลี้ยงมาตรวจสอบหาความแตกต่าง ผลปรากฏว่าน้ำผึ้ง 2 แบบนี้มีองค์ประกอบที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ยังคงมีสารอาหาร ครีมน้ำผึ้งป่า วิตามิน แร่ธาตุที่เหมือนกัน แต่อาจแตกต่างกันตรงที่ความชื้นที่อยู่ในน้ำผึ้งซึ่งพบว่าน้ำผึ้งป่ามักมีความชื้นมากกว่าน้ำผึ้งเลี้ยง ยิ่งถ้าเก็บหลังฝนตกน้ำผึ้งป่าจะยิ่งมีความชื้นสูง น้ำผึ้งจะเหลวไม่ข้นหนืดอย่างที่ควรจะเป็น

ข้อดีของน้ำผึ้งป่า

เป็นน้ำผึ้งแท้ 100% ไม่ต้องกลัวการเจือปน

ข้อเสียของน้ำผึ้งป่า

คุมความชื้นยาก
เลือกกลิ่นน้ำผึ้งไม่ได้เพราะผึ้งต้องหากินตามมีตามเกิด
หายาก

ข้อดีของน้ำผึ้งเลี้ยง

เลือกกลิ่นหอมของน้ำผึ้งได้ เช่น ถ้าอยากได้กลิ่นลำไยก็ไปตั้งรังไว้ที่สวนลำไย อยากได้กลิ่นทานตะวันก็ไปตั้งที่สวนทานตะวัน
ควบคุมความชื้นได้ง่ายกว่าน้ำผึ้งป่า
หาซื้อง่าย

ข้อเสีย

มักมีการเจือปนกับส่วนผสมอื่นๆ เช่น ใส่แบะแซ น้ำเชื่อ หรือคาราเมล เพื่อประหยัดต้นทุน

สรุปแล้ว น้ำผึ้งป่ากับน้ำผึ้งเลี้ยงไม่แตกต่างกันมาก จะกินหรือใช้แบบไหนก็ได้ทั้งนั้น แต่ถ้าเอาความสะดวกน้ำผึ้งเลี้ยงสะดวกกว่ามาก มีขายทุกภาค ทุกจังหวัด ทุกตำบล หาซื้อง่ายกว่าน้ำผึ้งป่า อีกทั้งราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิดค่ะ ครีมน้ำผึ้งป่า.

รกแกะ vip ประโยชน์ของรกแกะ PLACENTA รกแกะเป็นโปรตีนเข้มข้นที่สกัดจากรกแกะ

รกแกะ vip ประโยชน์ของรกแกะ PLACENTA รกแกะเป็นโปรตีนเข้มข้นที่สกัดจากรกแกะ เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ก้าวหน้าด้วยกรรมวิธีที่ละเอียดอ่อน เพื่อสุขลักษณะของขั้นตอนการผลิตและรักษาคุณค่าของโปรตีน โปรตีนเป็นองค์ประกอบสำคัญ ในการสร้างเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเพื่อการเจริญเติบโต และซ่อมแซมฟื้นฟูสภาพเซลล์ที่อ่อนล้า ทั้งนี้โปรตีนเข้มข้นสกัดจากรกแกะที่นำมาใช้ในการผลิตจะต้องเป็นโปรตีน บริสุทธิ์ 100% โปรตีนสกัดจากรกแกะมีคุณสมบัติ เด่น ที่เหมาะสมสำหรับการใช้บำรุงผิวพรรณ ได้แก่ ความสอดคล้องทางด้านชีวภาพกับเซลล์ร่างกายคนโดยทั่วไป ประกอบกับคุณลักษณะ ที่สามารถรวมตัวเข้าเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ ส่งผลให้ซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างรวดเร็วและล้ำลึก หลักธรรมชาติถือ ว่าโปรตีนจากรกที่ให้สารอาหารเพื่อการสร้างและเลี้ยงเซลล์ชีวิตใหม่ให้เติบ โต มีคุณประโยชน์นานาประการต่อผิวพรรณด้วยคุณสมบัติของสารอาหาร กรดอะมิโน และ ภูมิต้านทานตามธรรมชาติ รกแกะ vip.
รกแกะ vip
รกแกะ vip นอกจากนี้ เซลล์ชีวิตใหม่ที่เกิดขึ้นนั้นยังปราศจากสารที่ร่างกายต่อต้าน (สารพิษ แบคทีเรีย เซลล์โลหิต) ดังนั้นโปรตีนจากรกจึงกลมกลืนเข้ากับร่างกายคนทั่วไปได้ และอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว โปรตีนสกัดจากรกแกะได้ผ่านการค้นคว้า ทดลอง และบันทึก เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องของคุณประโยชน์เด่นล้ำนานาประการที่ เติมเต็มคุณภาพของผิวพรรณ ตั้งแต่กระตุ้นการสร้างและผลัดเซลล์ ให้ความชุ่มชื้นและนุ่มนวล ดูแลลึกถึงส่วนของผิวที่ขาดน้ำเพื่อฟื้นฟูสภาพผิวให้คงความยืดหยุ่นตาม ธรรมชาติ ทำให้ผิวพรรณกระชับและเรียบเนียนสดใสอ่อนวัยผลิตภัณฑ์รกแกะ สามารถซึมซาบลึกถึงรูขุมขนได้รวดเร็วและดีเยี่ยม จึงช่วยเพิ่มความนุ่มนวล สดใสสู่ผิวรวมทั้งยังช่วยแก้ไขข้อบกพร่องและริ้วรอยหยาบกร้าน ทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่ที่สำคัญยังเหมาะสำหรับผู้ที่ มีผิวแห้ง แพ้ง่าย หรือ Sensitive Skin ผิวคุณจึงดูอ่อนกว่าวัย นุ่มนวลพร้อมช่วยคืนความแข็งแรง และผ่องใสสู่ผิว รกแกะ vip

ประโยชน์ของรกแกะ

1. กระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่ บำรุงเซลล์ผิวหน้าให้เปล่งปลั่ง ลดรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย
2. ปกป้องสภาพผิวไม่ให้แห้งกร้าน สร้างความกระชับให้กับผิวหน้าดูเต่งตึงขึ้น
3. เสริมสร้างความอ่อนนุ่มละมุนให้กับผิว สัมผัสความอ่อนนุ่มหลังการใช้แค่ 2-3 นาที (สำหรับการทา)
4. ลดรอยด่างดำ ฝ้าและกระบนใบหน้า รวมทั้งปรับเซลล์สีผิวให้เรียบเนียนดูสม่ำเสมอ
5. เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับสภาพผิว ช่วยลดอาการบวมบริเวณใต้ดวงตา
6. กระตุ้นการสมานเซลล์ผิวอันเกิดจากแผลต่างๆ รวมทั้งแผลเป็นได้อีกด้วย
7. เพิ่มความสดใสให้กับผิวที่แห้งกร้านจากแสงแดด และ UV
8. สร้างความเชื่อมั่นให้กับผิวหน้าอีกครั้ง และปลอดภัยจากสารเคมีที่เป็นพิษ เพราะรกแกะสกัดบริสุทธิ์จากธรรมชาติ
นุ่มละมุนด้วยโมเลกุลของน้ำ เพื่อช่วยดูดซึมและกระชับผิวให้แข็งแรง
9. ลดริ้วรอยหมองคล้ำก่อนวัย
10. ฟื้นฟูสภาพผิวให้บริสุทธิ์ สดใส
11. เสริมสร้าง ดูแล และลบเลือนจุดด่างดำบนใบหน้า

12.สามารถทานได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

ผลิตภัณฑ์รกแกะจากประเทศออสเตรเลียนั้นถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากรกแกะที่ดีที่สุดในโลก เนื่อง จากสภาพอากาศ และภูมิประเทศซึ่งเป็นหุบ เขา และ ที่ราบสูงนั้นเหมาะยิ่งนักในการ ดูแลแกะแม่พันธ์ชั้น 1จำนวนมากซึ่งจะให้ รกแกะที่มีคุณค่า และ สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ดัง นั้น ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจาก รกแกะ ส่งตรงจาก ออสเตรเลีย ซึ่งทางร้านของเรา ได้คัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อคุณ อาทิ  Lanopearl , Re-birth , Bio-lanoผลิตภัณฑ์ทั้งหมดใช้ สารสกัดจากรกแกะเป็นต้วหลักนั้น ล้วนแล้วแต่ เป็นผลิตภัณฑ์อันดับ1 ที่มีสูตรครีม ที่มีความเข้มข้นของรกแกะสูงเป็นพิเศษทั้งสิ้น รกแกะ vip โดยเฉพาะเซรัมนั้นมีความเข้มข้นสูงถึง 100% เต็ม ซึ่งต่างกับในหลาย ๆ แบรนด์ในท้องตลาดเวลานี้พบว่ามีรกแกะเพียงแค่ 10%-25% เท่านั้น (เป็นปริมาณที่น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกัน)

ฉะนั้น ท่านจึงมั่นใจได้ว่า ผิวหน้าของท่านจะได้รับสารอาหารสมบูรณ์เต็มที่ จากผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง โดยเฉพาะผู้ที่มีรอยแผลเป็น รูขุมขนกว้าง หรือเป็นฝ้า กระ หลังจากใช้แล้วผิวหน้าจะดูเรียบเนียนขาวใส ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งผู้ที่มีอายุมาก ใช้แล้วผิวหน้าจะกระชับ เต่งตึง แลดูอ่อนเยาว์กว่าวัยอยู่เสมอ

**ผู้ชายก็ใช้ได้เพราะว่าผู้ชายมักจะมีผิวหน้าหยาบกร้าน และรูขุมขนกว้างกว่าผู้หญิงเนื่องจากฮอร์โมน….และผู้ชายมักเบื่อหน่ายกับ ขั้นตอนการดูแลผิวที่มีขั้นตอนมากเกินไปดังนั้นการใช้ครีมรกแกะ หรือ เซรัมเพียงขั้นตอนเดียวก็พอแล้ว…สำหรับคุณผู้ชาย….

ง่ายๆเพียงแค่หยดเซ รั่ม 1 หยดทาเช้า-ก่อนนอน ..ไม่กี่วัน ผิวหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงดูสดใส เนียนขึ้น ยุคนี้ ผู้ชายก็มีผิวดีไม่แพ้ผู้หญิงได้เพื่อบุคลิกที่ดูดี… กว่า

นอก จากการใช้ผลิตภัณฑ์รกแกะสำหรับทาแล้ว เรายังมี รกแกะเม็ดให้รับประทานเพื่อผลลัพธ์ที่เร็วยิ่งขึ้น โดยรกแกะจะเข้าไปช่วยทั้งจากภายใน ออกมาภายนอก และภายนอกเข้าสู่ภายใน อันนี้จะช่วยทำให้คุณมีผิวที่สวยเปล่งปลั่งทั่วทั้งตัว ไม่ใช่เฉพาะใบหน้าเท่านั้น รกแกะ vip.

แป้ง cho การทาแป้งอย่างถูกวิธี เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะลดโอกาสในการเกิดสิวขึ้นบนใบหน้า

แป้ง cho การทาแป้งอย่างถูกวิธี เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะลดโอกาสในการเกิดสิวขึ้นบนใบหน้าได้อย่างง่ายๆ โดยมีข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้
1. การทาแป้งเพื่อลดความมันบนใบหน้าระหว่างวัน เมื่อรู้สึกว่าหน้ามีความมันเกิดขึ้นมากในระหว่างวัน และต้องการที่จะทาแป้งเพื่อช่วยลดความมันบนใบหน้า ไม่ควรใจร้อนทำการทาแป้งทับลงไปเลย เพราะจะยิ่งทำให้เกิดสิวได้ง่ายขึ้น เพราะเนื้อแป้งจะไปทำการผสมกับน้ำมันและเชื้อแบคทีเรียบนใบหน้า จนทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนจนกระทั่งกลายเป็นสิวในที่สุด ดังนั้น หากต้องการทาแป้ง เพื่อลดความมันของใบหน้า ควรทำการซับหน้าด้วยกระดาษซับมัน แล้วค่อยทาแป้ง ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบลงไปได้มากทีเดียว 2. ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทาแป้ง ควรทาแป้งหลังจากที่ล้างหน้าเสร็จ หรือหลังจากที่ทำการทาครีมบำรุง เบส รองพื้น บีบี หรือครีมต่างๆ เพราะแป้งจะช่วยทำให้สิ่งเหล่านี้ติดทนอยู่บนใบหน้าได้อีกในช่วงระยะเวลาหนึ่ง 3. เมื่อจำเป็นต้องใช้แป้งที่มีส่วนผสมของรองพื้น ก่อนเข้านอนควรล้างออกให้สะอาดด้วยคลีนเซอร์ทุกครั้ง เพราะหากปล่อยทิ้งเอาไว้อาจทำให้เกิดสิวอุดตัน จนกลายเป็นสิวอักเสบได้ และถึงแม้จะเป็นแป้งไม่ผสมรองพื้นก็ควรที่จะล้างออกให้สะอาด เพราะก็ยังอาจทำให้เกิดสิวขึ้นได้เช่นกัน แป้ง cho.
แป้ง cho
แป้ง cho อย่างไรก็ตาม การทาแป้งรองพื้น หรือว่าแป้งฝุ่นที่ระคายเคืองต่อผิวแล้วเกิดสิวขึ้นมา ก็ควรจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปกป้องดูแลใบหน้าของเราให้ห่างไกลจากสิว และผิวเรียบเนียนกระชับ ไม่กลับมาเป็นสิวอีก และไม่ทิ้งร่องรอยดำ หลุมลึกให้เป็นแผลอีก

แป้งพัฟบาบาร่า เหมาะกับวนิดางามยิ่งกลุ่มคุณที่มุ่งหมายดูดีและเพิ่มพูนความมั่นใจ
ระแวดระวังแสงไฟดูแลน้ำพร้อมกับประกอบด้วยครีมรองพื้นในตัว ทุกคนก็กระหาย แป้งพัฟ มีอยู่เค้าหน้า ที่เพริศนวลสะอาดเนิ่นนานตลอดวัน แต่กลับเนื่องด้วยตำแหน่งผิวหน้าของปัจเจกชนเปล่าด้วย บางท่านผิวหน้ามัน บางท่านผิวพรรณงวด หรือว่าบางคนพื้นผิวแกมกัน ประกอบกับที่อยู่ข้าพเจ้าเป็นประเทศเขตร้อน ภาวะพื้นผิวพร้อมทั้งภูมิอากาศที่ไม่เป็นใจปานฉะนี้ทำได้ทำเอาหน้าตาของคุณที่เจนนวล เกลี้ยงเกลาข้างในเช้าตรงนั้นแต่กลับมันเยิ้มข้า แป้งพัฟบาบาร่า งในตอนบ่าย หรือไม่ก็อีกต่างหากไม่ทันการจะบ่ายใบหน้าของท่านก็มินวลเนียนซะแล้ว นี่แค่ปริศนาปฐมของการเลือกแป้งให้เป็นการสมควร ข้อสงสัยของการคัดใช้แป้งอีกทั้งประกอบด้วยอีกจ๋อย เป็นต้นว่า พรรณของแป้งแบบไหนสัมพันธ์กับประเภทผิวกายของสาวๆ ความต่างของวัสดุโบกแป้ง ลักษณะของพัฟฟ์ฟองน้ำ เหรอ ถูชุบเค้าหน้า เป็นต้น วันตรงนี้จะมาสู่ไขข้อคลางแคลงเกี่ยวการคัดใช้แป้งที่เหมาะสมกับคุณด้วยกันกลยุทธ์ภายใน การหุ้มแป้งให้งามยิ่งเกลี้ยงเกลามาฝากจ๋า จุดแข็งของการโซมแป้งมีล้นหลามมิว่าจักเป็น แจกความนวลเรียบให้โฉมหน้า ทำเอาเมกอัพพวก ดินสอเขียนคิ้วที่กระผมตกแต่ง ลงบนหน้าเกยทนทานไม่เกรอะทั้งนั้นตลอดวัน ตลอดยังดูแลความมันเง แป้งbabalahราคาถูก าทำให้หน้าตามุ่งดูเนียนนุ่มนานมาก แนวทางการทาแป้ง ภายหลังที่เธอทารองพื้นแล้วไปไม่ว่าจักเป็นพรรณฟลูอิดไม่ใช่หรือครีม กรรมวิธีสืบมาหมายถึงงานลงแป้งขี้ผง หรือไม่ที่เอ่ยกันว่า ประคบซับแป้งฝุ่นละอองให้ทั่วกันหน้าเพื่อแป้งฝุ่นละอองและรองพื้นหลอมชุมนุมหมายความว่าเนื้อ เดียวกันและกัน ทำเอาหน้าตาจ้องเกลี้ยงเกลาอ่อนนิ่มเรียบร้อย สมมติคุณยังเป็นอ่อนหัดยังใช้เปล่าค่อยสันทัดเคลือบ ที่โควตาที่เกินการ คุณสามารถใช้แปรงป้องปัดแป้งส่วนเกินออกไปจัดหามา ต่อไปประดับประดาสีอายแชโดว์ที่กลีบตา เขียนอายไลน์เนอร์ ปัดป้อง แป้งบาบาร่า ราคา มาสคาร่า กำบัดบลัชออนที่ปราง และเขียนเติมปากเพียงเท่านี้ก็เป็นอันสำเร็จลุล่วงพิธีการ ในที่ระหว่างวันแม้ท่านมุ่งบวกแป้ง ก่อนอื่นเลยจำเป็นปราบปรามคราบมันด้วยกันไคลบนใบหน้าเสียก่อนอีกด้วยกระดาษตกมัน เป็นอันดีพันธุ์กระดาษ แล้วไปจึงใช้ ประคบดูดอธิบายทั้งเค้าหน้าเบาๆ เพียงนี้เค้าหน้าของท่านก็จะงดงามนวลเรียบนานมากตลอดวันค่ะ มีเทคนิคความแตกต่างของแป้ง มาหาฝากกันคะ เว้นแต่นั้นยังกอบด้วยทิปกล่าวถึงอุปกรณ์ที่ถูกที่ในงานอาบแป้ง พร้อมทั้งเนื้อหาความฉลาดเรื่องแป้งอีกล้นหลามที่อัดแข็ง คงไว้ข้างในบทความดี เรื่อ แป้ง babalah งตรงนี้ ควบคู่กันหรือว่ายังขา หากว่าพร้อมทั้งต่อจากนั้นเราไปกันเลยขา เทคนิคคู่กายเกี่ยวกับงานโซมแป้ง พัฟฟ์ฟองน้ำวัสดุอุปกรณ์ข้างร่างหญิง โดนผลิตรุ่งแห่งนานาประการขนาด ทรง พร้อมด้วยสีสันที่แตกต่างกัน แต่กระนั้นสิ่งที่ฉันควรระลึกที่การเลือกใช้พัฟฟ์นั้นลงความว่าคุณภาพของเนื้อพัฟฟ์ พึงจะกอบด้วยความอ่อนนุ่มด้วยกันเกิดจากต้นฝ้ายเนื่องจากจะเปล่าทำให้ก่อเกิดการถูกันพร้อมด้วยผิวซึ่งอาจจะก่อสร้างให้ก่อกำเนิดริ้วรอยขึ้นหาได้ พร้อมกับเหมาะสมที่สุดๆที่งานใช้เฉลี่ยแป้งให้ทั่วถึงหน้าตา พัฟฟ์ควรประณีตบรรจงลงคะแนนเสียงให้ปกติพอเฉือนด้านแป้งแล้วไปจักแตะต้องรัดอุ้มเนื้อแป้งก้าวหน้า แต่ที่ขณะเดียวกันจักจำเป็นไม่หักออกรองพื้นที่ผมอาบไว้ครั้งก่อน แป้ง cho

แป้งผัดหน้า เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นผงสีต่างๆ ใช้สำหรับตกแต่งสีผิวบริเวณใบหน้า และลำคอให้มีลักษณะสวยงามกว่าสภาพผิวธรรมดา

ลักษณะโดยทั่วไปจะมีคุณสมบัติเนื้อละเอียด นุ่ม สามารถใช้ และทาติดผิวได้ง่าย ติดทนนาน กระจายตัวดี สามารถปกปิดริ้วรอยหรือรอยด่างดำ มีความกลมกลืนกับสีผิว ลดความมันบนใบหน้า มีกลิ่นหรือสีน่าใช้ มองดูเป็นธรรมชาติ และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้

ชนิดของแป้งผัดหน้า
1. ชนิดอัดแข็ง (Compact face powder) เป็นแป้งผัดหน้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากเล็ก กะทัดรัด สามารถพกพาได้สะดวก ใช้ได้นาน หาซื้อได้ง่าย และมีให้เลือกหลายสี มีลักษณะเป็นผงละเอียดที่ถูกอัดเป็นแผ่นตามลักษณะของตลับบรรจุ มักเติมสารเพิ่มการยึดเกาะ และสารที่มีคุณสมบัติทึบแสงช่วยให้ปกปิดสภาพผิวที่มีปัญหาได้ดี ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจะมีหลายแบบให้เลือก โดยมีฟองน้ำเนื้อละเอียด และบางเบา ใช้สำหรับเป็นอุปกรณ์ผัดทา

แป้งผัดหน้าชนิดอัดแข็ง

2. ชนิดฝุ่น (Loose face powder) เป็นแป้งผัดหน้าที่อยู่ในรูปผงบรรจุในตลับโดยไม่มีการอัดแข็ง นิยมใช้ทาทับผิวหน้าหรือเป็นแป้งรองพื้นเพื่อให้ใบหน้าดูเนียน ลดความมันของใบหน้าหรือครีม โดยมีแปรงผัดหน้าที่มีขนอ่อนนุ่มใช้สำหรับเป็นอุปกรณ์ผัดทา

แป้งผัดหน้าชนิดฝุ่น

ส่วนผสม
ผลิตภัณฑ์ของแป้งโดยองค์ประกอบหลักจะมีลักษณะคล้ายกัน แป้ง cho คือ การใช้ Talcum และสารเติมแต่งอื่นๆ เช่น สารยึดเกาะ สารให้สี เป็นต้น
1. Talcum เป็นผลิตภัณฑ์แร่ที่ได้จากธรรมชาติ มีลักษณะเป็นผลึกหรือผงเนื้อละเอียด เมื่อสัมผัสจะรู้สึกลื่นเบา โปร่งใส หากบริสุทธิ์จะมีลักษณะสีขาว หากมีสิ่งอื่นเจือปนจะมีสีเทาหรือสีเขียวอ่อน มีผลิตมากในแถบประเทศฝรั่งเศส นอร์เวย์ อียิปต์ อินเดีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา มีจุดด้อย คือ ปกปิดสภาพผิวได้น้อย ซึมติดผิวได้ไม่ดีนักเนื่องจากน้ำซึมผ่านได้ไม่ดี และอาจมีเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อน ซึ่งต้องทำการอบฆ่าเชื้อก่อนที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 1 ชั่วโมง

2. Sericite เป็นแร่จากธรรมชาติ มีลักษณะเป็นผงละเอียด ขนาดเล็ก เมื่อสัมผัสจะรู้สึกลื่นมือ หากนำไปผสมซิลิโคนจะมีคุณสมบัติเกาะติดผิว และป้องกันน้ำได้ดี และดีกว่า talcum แต่มีความละเอียด และลื่นน้อยกว่า

3. Mica เป็นสารจากธรรมชาติ มีลักษณะเป็นสีขาวอมเทา ขนาด 150 ไมครอน ใช้เป็นส่วนผสมเพื่อให้มีความโปร่งแสง

4. Kaolin เป็นสารจากธรรมชาติ สีขาวอมเทา เมื่อเปียกน้ำจะทำให้สีเข้มขึ้น มีกลิ่นเหมือนดิน มีความสามารถในการดูดซับน้ำหรือน้ำมันได้ดีใช้เพื่อลดความหนาแน่นของฝุ่นผัดหน้า ช่วยลดความเงาของ talcum

5. สังกะสี (zinc stearate) เป็นผงสีขาวใช้เพื่อเพิ่มความทึบแสง ช่วยในการเกาะติดผิว และกันน้ำได้ดี

6. แมกนีเซียมคาร์บอเนต (magnesium carbonate) มีลักษณะเป็นผงสีน้ำตาลช่วยในการดูดซับน้ำ น้ำมันบนใบหน้า

7. แคลเซีัยมคาร์บอเนต (calcium carbonate) มีลักษณะเป็นผงสีขาว ใช้สำหรับการดูดซับความชื้น น้ำ น้ำมัน บนใบหน้า และทำให้ใบหน้าแลดูมีนวล

8. Metallic soaps เป็นส่วนผสมช่วยให้แป้งมีคุณสมบัติกันน้ำเพิ่มขึ้น

9. แป้ง (starch) เป็นส่วนผสมที่ทำให้ผิวดูนวล หากผสมมากจะทำให้จับตัวเป็นก้อนเมื่อสัมผัสกับน้ำ

10. พลาสติก (plastics) ใช้เป็นส่วนผสมที่ทำให้มีมีความลื่นเพิ่มขึ้น ใช้เป็นส่วนผสมเพียงเล็กน้อย

11. พอลิเมอร์ (polymer) เช่น nylon-12 lauryl, lysine, PMMA ใช้สำหรับเพิ่มความลื่น และสัมผัสที่ดีให้แป้ง

12. สารช่วยยึดเกาะ เช่น lanolin ช่วยทำให้แป้งยึดเกาะตัวกันดีขึ้นสำหรับการอัดแข็งบนตลับ

13. สารทำให้มีสี เช่น iron oxide, titanium dioxide zinc, oxide และ ultramarine เป็นสารทำให้เกิดสีที่กลมกลืนกับผิวของใบหน้า

14. สารกันเสีย (preservatives) เป็นสารที่ใช้สำหรับการยับยั้งการเติบโตของจุลินทรีย์ในแป้งผัดหน้า ทำให้เก็บรักษาไว้ได้นาน สารที่ใช้ ได้แก่ ฟอร์มาดไฮด์ อิมิดาโซลิดินิลยูเรีย เมทิลคลอโรไอโซไทอะโศลโนน และฟีโนซีเอทานอล เป็นต้น

15. น้ำหอม ใช้สำหรับทำให้ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นหอมน่าใช้มากขึ้น น้ำหอมที่ใช้มักเป็นสารที่สกัดจากธรรมชาติ พวกน้ำมันหอมระเหยชนิดต่างๆ

ลักษณะการใช้
1. ใช้ทาบริเวณผิวหน้า และลำคอ โดยเฉพาะจุดที่ต้องการปกปิด
2. ใช้ทาหลังจากทาครีมรองพื้นแล้วหรือใช้ทาหลังจากทำความสะอาดหน้าเสร็จโดยไม่ต้องใช้ครีมรองพื้น
3. การทาหนาหรือบางขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้า และชนิดของแป้ง แต่ไม่ควรทาให้มีสีที่แตกต่างจากผิวหน้ามากเกินไป
4. การเลือกชนิดของแป้งผัดหน้า ควรเลือกให้มีลักษณะสีที่เข้ากัน และกลมกลืนกับสีผิวของใบหน้ามากที่สุด
5. เมื่อใช้แล้ว ควรปิดฝาให้สนิท เก็บให้ห่างจากความชื้น และไม่ให้เปียกน้ำ แป้ง cho.

Seoul Secret Collagen TriPeptide Krill Oil คอลลาเจน เป็นสารโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างจากเซลล์ของเนื้อเยื่อ

Seoul Secret Collagen TriPeptide Krill Oil คอลลาเจน เป็นสารโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างจากเซลล์ของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันโดยเฉพาะจากเซลล์ที่เรียกว่า เซลล์สร้างเส้นใย (Fibroblast) คอลลาเจน มีหน้าที่ช่วยให้ความแข็งแรง และให้การยืดหยุ่นของอวัยวะต่างๆ รวมทั้งช่วยในการสมานเนื้อเยื่อเข้าด้วยกัน จึงมีความจำเป็นในการซ่อมแซมเซลล์/เนื้อเยื่อ เมื่อเซลล์/เนื้อเยื่อมีการบาดเจ็บ เสียหาย และสึกหรอ ทั้งนี้ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนลดลงเรื่อยๆตามอายุที่สูงขึ้น คอลลาเจนมีในเนื้อเยื่อหลากหลาย เช่น ผิวหนัง กล้ามเนื้อ เอ็นกระดูก เอ็นกล้ามเนื้อ กระดูก กระดูกอ่อน และ หลอดเลือด การขาดคอลลาเจนเป็นสาเหตุของโรคต่างๆได้หลายโรค ที่พบบ่อย คือ โรคข้อ โรคกระ ดูก โรคกล้ามเนื้อ ทั้งนี้รวมไปถึงในด้านความสวยงามของผิวหนัง นอกจากนั้นยังมีโรคทางพันธุ กรรมบางโรคที่ร่างกายมีความผิดปกติในการสร้างคอลลาเจน แต่เป็นโรคพบได้น้อยมากๆ เช่น โรค Chondrodysplasia เป็นต้น Seoul Secret Collagen TriPeptide Krill Oil.
Seoul Secret Collagen TriPeptide Krill Oil
Seoul Secret Collagen TriPeptide Krill Oil อาหารที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ได้แก่ อาหารโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ เนื้อเป็ด ไก่ ไข่ ถั่วเหลือง ลูกนัทต่างๆ มันเทศ มะเขือเทศ    และวิตามินซี ที่มีมากใน ส้ม สตรอเบอร์รี กิวี แคนตาลูป และเกรฟฟรุต (Grape fruit) เป็นต้น

ถ้าพูดถึงคอลลาเจนแล้วในปัจจุบันนี้ ช่างเป็นอาหารเสริมที่ฮิตกันมากเหลือเกินในหมู่สาวๆ ทั้งหลายที่รักสวยรักงาม เนื่องจากคุณสมบัติของคอลลาเจนที่ทำให้ผิวขาวสวย เด้ง มีสุขภาพดีด้วยแล้ว สาวๆ ทั้งสาวเล็ก สาวใหญ่คงไม่อาจปฎิเสธได้เลยจริงไหมครับ

เรามาดูประโยชน์ของคอลลาเจนกัน

คอลลาเจนที่นำมาบริโภคกันจะ มีแบบน้ำ แบบผง และ แบบฉีด แบบที่เห็นผลเร็วที่สุดในประมาณที่เท่ากัน ก็คงต้องเป็นแบบฉีดเนื่องจากเข้าถึงร่างกายได้โดยตรง แต่คอลลาเจนแบบฉีด เนื่องจากมีราคาแพงทำให้ ไม่เป็นนิยม ที่ตอนนี้เห็นขายกันอย่างเกลื่อนท้องตลาดในตอนนี้ก็จะเป็นคอลลาเจนแบบผง ที่ฮิตกันเหลือเกินมีหลากหลายยี่ห้อมาก เนื่องจากว่าทานง่าย สามารถนำมาผสมน้ำผลไม้แล้ว ดื่มได้เลย Seoul Secret Collagen TriPeptide Krill Oil

ประโยชน์ของคอลลาเจน

มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรง  จึงป้องกันและเพิ่มปริมาณคอลลาเจนในร่างกายเพื่อเป็นการเกิดริ้วรอยลึกโดยจัดการกับสารอนุมูลอิสระที่ถูกเร่งมาจากปัจจัยต่างๆ มากมายโดยเฉพาะรังสียูวี ยิ่งป็นตัวการสำคัญ ที่ก่อให้เกิดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพอีกด้วย

ทำให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่น กระชับใสและมีความเรียบเนียน ต่อต้านการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ดังนั้นการดูแลผิวเพื่อการชะลอริ้วรอยโดยรับประทาน คอลลาเจน ยังเป็นอีกวิธีการหนึ่งในการเติมคอลลาเจนให้กับชั้นผิว

คอลลาเจนช่วยเพิ่มความแข็งแรงและยืดหยุ่นของคอลลาเจนที่ชั้นผิวหนัง ป้องกันฝ้า จุดด่างดำ และ กระ  นอกจากนี้ยังช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตโดยเฉพาะหลอดเลือดเล็ก ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น

คอลลาเจนสามารถลดการเกิดรอยดำ รวมทั้งกระตุ้นการสร้างเซราไมด์ที่ชั้นผิวหนัง ป้องกันการสูญเสียน้ำที่ชั้นผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น ลดการระคายเคือง ที่ผิวหนัง ทำให้ผิวดูมีสุขภาพดี กระจ่างใสยิ่งขึ้น                                                                                                                                                                             ประโยชน์ของคอลลาเจนนั้น จริงๆแล้วยังมีอีกมากมายที่เรานั้นยังไม่รู้ ยังสามารถไปช่วยในเรื่องของผม และเล็บแข็งแรงขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพของข้อกระดูกทำให้ลดอาการปวดตามข้อได้ Seoul Secret Collagen TriPeptide Krill Oil อาหารที่เราได้รับจาก คอลลาเจน จะมีเนื้อปลาทะเล, สาหร่ายทะเล หรือสาหร่ายน้ำจืด, น้ำมะพร้าว, เนื้อไก่, เนื้อหมู, ไข่ขาว, ผักเขียวต้ม, ผลไม้สีแดงต่างๆ, กระเทียม, กระดูกปลาและกระดูกสัตว์ต่างๆ, เนยแข็งและชีส, ข้าวโอด, ชาเขียว ชาดำ และยังมีอาหารอีกมากมายที่มี คอลลาเจน อยู่ อย่างไรก็ดีในการรับประทานอาหาร หรือการทานอาหารเสริม ให้ได้ประสิทธิภาพดีที่สุดก็ควรรับประทานคู่กับอาหารที่มีวิตามินซีด้วย เนื่องจากวิตามินซีจะเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมคอลลาเจนให้เข้าสู่ร่างกายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยทำให้ผิวของคุณสาวๆ มีสุขภาพดีขึ้น ขาวขึ้น แลดูอ่อนเยาว์ และมีสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น

คอลลาเจน คืออะไร?

คือโปรตีนชนิดหนึ่งของร่างกาย ทำหน้าที่เป็นตัวประสานเนื้อเยื่อของผิวหนัง เชื่อมต่ออวัยวะทุกส่วนของร่างกายไว้ด้วยกัน ทั้งผิวพรรณ กระดูกและผนังหลอดเลือด ร่างกายคนเราจะมีคอลลาเจนถึง 1 ใน 3 ส่วนของโปรตีนทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างกาย

คอลลาเจนไม่เพียงแต่เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวหนัง(เคราติน)ถึง 70 % เท่านั้น อวัยวะต่างๆในร่างกายของเราก็มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่มาก เช่น กระดูกอ่อน เส้นเอ็น ข้อต่อ กระดูก

เคราตินมีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้ผิวหนังกระชับเรียบตึง ถ้ามีคอลลาเจนไม่เพียงพอ สารเคราตินในชั้นผิวหนังจะลดลง จึงทำให้ผิวเกิดริ้วรอยแห่งวัย หย่อนคล้อย และขาดความชุ่มชื้น

เหตุใดร่างกายจะต้องเสริมสร้างด้วย คอลลาเจน?

ช่วงวัยเด็กร่างกายจะสามารถสร้างคอลลาเจนได้เอง จนเมื่ออายุถึง 20 ปี การสร้างคอลลาเจนจะค่อยๆลดลงเรื่อยๆ ทำให้ผิวพรรณเริ่มมีริ้วรอยและเหี่ยวย่น ความหนาแน่นของกระดูกจะค่อยๆบางลง รวมถึงผมที่จะเสื่อมสภาพลงตามอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเสริมสร้างคอลลาเจนในร่างกาย เพื่อคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวกระชับ เรียบตึง ป้องกันและฟื้นฟูผิวหมองคล้ำและหยาบกร้าน เพื่อความยืดหยุ่นให้แก่ผิวหนัง และสร้างความแข็งแรงให้แก่กระดูก Seoul Secret Collagen TriPeptide Krill Oil.